สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่าหน่วยเลือกตั้งใน 100 เมืองของเมียนมา รวมถึงในรัฐฉาน ภูมิภาคสะกาย เมืองมัณฑะเลย์ และอีก 16 เขตของเมืองย่างกุ้ง จัดการเลือกตั้งทั่วไประยะที่สอง ตามกำหนดคือในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.


ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาเปิดเผยผลการนับคะแนน ของการเลือกตั้งระยะที่หนึ่ง ซึ่งลงคะแนนเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568 ว่าพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ( ยูเอสดีพี ) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับกองทัพ ได้ไป 89 ที่นั่ง จากทั้งหมด 102 ที่นั่ง ซึ่งมีการชิงชัย คิดเป็นมากกว่า 87% ส่วนที่เหลือเป็นของพรรคการเมืองขนาดเล็กมากและพรรคการเมืองซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์


ทั้งนี้ มีประชาชนมากกว่า 6 ล้านคน หรือคิดเป็น 52.13% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนรอบแรก ซึ่งเป็นการลงคะแนนใน 102 เมือง อย่างไรก็ตาม สถิติที่ออกมายังถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา เมื่อปี 2558 และ 2563 ซึ่งมีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงประมาณ 70%


ด้านพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ยืนยันว่า การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 เป็นไปอย่าง “เสรีและเป็นธรรม” และเน้นว่า การที่การเลือกตั้งจัดโดยทหาร ไม่ได้หมายความว่า “ต้องเสื่อมเสีย”


ส่วนการเลือกตั้งระยะที่สามซึ่งเป็นเฟสสุดท้าย จะเกิดขึ้นในอีก 63 เมือง ในวันที่ 25 ม.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการลงคะแนนจะออกมาในทิศทางใด ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรและตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรี 1 ใน 4 จะสงวนไว้สำหรับสมาชิกของกองทัพ ภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทหาร ฉบับปี 2551.

เครดิตภาพ : AFP