จากกรณีที่มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ก่อเหตุป่วนลอบวางระเบิดภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 จุด โดยในพื้นที่จังหวัดยะลา พบเหตุรวม 4 จุด กระจายใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกาบัง อำเภอบันนังสตา และอำเภอเมืองยะลา เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เหตุเกิดช่วงเช้ามืดของวันนี้ (11 ม.ค.)

สำหรับจุดเกิดเหตุในจังหวัดยะลา ประกอบด้วย 1.สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านบันนังดามา อำเภอกาบัง 2.สถานีบริการน้ำมัน ปตท. อำเภอบันนังสตา 3.สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านบูเกะคละ ริมถนนสายยะลา–รามัน ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา 4.สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 (ปัตตานี–ยะลา) ขาเข้าตัวเมืองยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา

ด่วน! โจรใต้ป่วนหนัก ปูพรมลอบบึ้ม-เผา ปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง 3 จังหวัด

ความคืบหน้า พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผกก.เมืองยะลา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านบูเกะคละ เพื่อรักษาความปลอดภัยและกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมประสานชุดเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดโดยใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบรถพ่วงบรรทุกน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งคัน หัวจ่ายน้ำมันพังเสียหาย และยังพบวัตถุระเบิดอีก 1 จุด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน

จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายประมาณ 3–4 คน สวมชุดปิดบังอำพราง ใส่หมวกและปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืนครบมือ เข้าไปในบริเวณปั๊มน้ำมัน ก่อนจะไล่พนักงานและประชาชนออกจากพื้นที่ทั้งหมด จากนั้นได้วางระเบิดซุกซ่อนในถังดับเพลิง และจุดชนวนจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นเกิดไฟไหม้อย่างหนักและทำให้ได้รับความเสียหายดังกล่าว

ขณะที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. อีก 3 แห่ง ได้แก่ ปั๊มถนนสาย 418 ตำบลท่าสาป ปั๊มบ้านบันนังดามา อำเภอกาบัง และปั๊มอำเภอบันนังสตา เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด เพื่อรอการเข้าตรวจสอบจากชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้ารวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ลักษณะการก่อเหตุในทุกพื้นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน โดยคนร้ายสวมชุดปิดบังอำพรางปิดหน้า และถืออาวุธปืนเหมือนกัน เจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อแสดงศักยภาพว่ายังคงสามารถก่อเหตุได้อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนให้กำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลเป้าหมายอ่อนแอ เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง.