สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่าจากกรณีเกาหลีหนือกล่าวหา กองทัพเกาหลีใต้ส่งอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินรุกล้ำเข้าสู่อาณาเขตของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งโดรนลำดังกล่าวมุ่งหน้ามาจากเกาะกังฮวา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโซล เป็นหนึ่งในพื้นที่ของเกาหลีใต้ ที่อยู่ใกล้กับอาณาเขตของเกาหลีเหนือมากที่สุด
ทั้งนี้ กองทัพเกาหลีเหนือติดตามโดรนลำดังกล่าว ซึ่งมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ เมื่อเจ้าหน้าที่ยิงโดรนตกเพื่อนำมาตรวจสอบ พบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจการณ์ไว้บนโดรน และจากการวิเคราะห์ซากโดรนในเบื้องต้น พบว่ามีการบันทึกภาพวิดีโอ “เป้าหมายสำคัญ” หลายแห่งของเกาหลีเหนือ รวมถึงพื้นที่บริเวณชายแดนเอาไว้ด้วย
The influential sister of North Korean leader Kim Jong-un has called for Seoul to provide a detailed explanation about recent drone incursion, claiming that the drone from South Korea clearly violated the North's airspace.https://t.co/UVtsgNCj9e
— The Korea Times (@koreatimescokr) January 10, 2026
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของน.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ว่า “เป็นเรื่องน่ายินดี” ที่เกาหลีใต้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการว่า “ไม่ได้เป็นผู้กระทำเอง และไม่มีเจตนาที่จะยั่วยุหรือทำให้เกาหลีเหนือขุ่นเคือง” พร้อมทั้งเรียกร้อง “การอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโดรน ที่บินข้ามพรมแดนเข้ามา”
รายงานของเคซีเอ็นเอเน้นย้ำว่า ฟุตเทจจากโดรนถือเป็น “หลักฐานบ่งชี้ชัดเจน” ว่าอากาศยานลำดังกล่าว “เจตนารุกล้ำเข้าสู่น่านฟ้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการเฝ้าตรวจและสอดแนม” พร้อมทั้งประณามเกาหลีใต้ ที่ยังคงกระทำการเช่นนี้ซ้ำอีก เนื่องจากเกาหลีเหนือเพิ่งตรวจพบโดรนแบบเดียวกันนี้ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา และเตือนว่า “จะตอบโต้” หากยังไม่หยุดดำเนินการ
ด้านประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ สั่งการให้หน่วยงานทั้งทหารและตำรวจ “ร่วมกันสอบสวนอย่างรวดเร็วและเข้มงวด” และแสดงความกังวลว่า หากเป็นฝีมือของพลเรือน “จะถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่คุกคามสันติภาพ บนคาบสมุทรเกาหลีและความมั่นคงของชาติ”.
เครดิตภาพ : AFP



