ตามนโยบายและข้อสั่งการของ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ที่กำชับให้กวดขันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ระดมชุดสืบสวนตรวจสอบที่พักอาศัยของชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้รับเบาะแสว่ามีชายชาวจีนรายหนึ่งมีพฤติกรรมต้องสงสัย แอบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหรูพื้นที่จังหวัดชลบุรี ลักษณะไม่สุงสิงกับใคร และแทบไม่ออกจากบ้าน น่าเชื่อว่าอาจอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
ต่อมา พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนวางแผนเข้าตรวจสอบ จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่พบชายต่างด้าวลักษณะตรงตามเบาะแสเดินออกมาหน้าหมู่บ้าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสาร พบว่าคือ นายต้าหัว อายุ 22 ปี สัญชาติจีน โดยไม่ปรากฏข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทย จึงแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ระหว่างควบคุมตัว นายต้าหัวมีท่าทีพิรุธ พยายามลบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบข้อมูลการติดต่อและภาพถ่ายเกี่ยวกับแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ “แก๊สหัวเราะ” จึงขอเข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งเจ้าตัวยินยอม ผลการตรวจค้นพบถังบรรจุแก๊สไนตรัสออกไซด์จำนวน 19 ถัง ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน นายต้าหัวอ้างว่ามีไว้เพื่อเสพเอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีปริมาณมากผิดปกติ
จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พบว่า นายต้าหัวเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาประกอบธุรกิจจำหน่ายแก๊สหัวเราะโดยผิดกฎหมาย และหลบหนีผ่านชายแดนประเทศลาวเข้ามากบดานในไทย โดยเชื่อว่ามีการนำแก๊สดังกล่าวไปจำหน่ายให้สถานบันเทิงในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล
จากการจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่องจากข้อมูลในโทรศัพท์ของนายต้าหัว จนพบพิกัดและภาพถ่ายของ บ่อนการพนันโป๊กเกอร์ แห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยผู้ต้องหาให้การว่าเป็นบ่อนลอย ใช้ระบบชิปแลกเงินสด และนัดหมายเล่นกันผ่านโซเชียลมีเดีย

ต่อมาในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 9 ม.ค. ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 10 ม.ค. เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 จึงนำกำลังเข้าปฏิบัติการพิเศษ หลังตรวจสอบพบว่าบ้านเป้าหมายเป็นบ้านเดี่ยวสามชั้น มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาและมีกล้องวงจรปิดรอบด้าน เจ้าหน้าที่ใช้โดรนตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลมากกว่า 10 ราย อยู่ภายในบ้าน น่าเชื่อว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริง
เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่จึงเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกเข้าตรวจค้น พบผู้ต้องหากำลังเล่นพนันโป๊กเกอร์กันอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อแสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มนักพนันพยายามหลบหนีและเก็บเงินสดกับชิปแลกเงิน เจ้าหน้าที่ต้องไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด
จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 9 ราย ประกอบด้วย ชาวฟินแลนด์ 2 ราย เดนมาร์ก 2 ราย อังกฤษ 3 ราย เยอรมัน และจีนอย่างละ 1 ราย พร้อมคนไทยอีก 1 ราย รับสารภาพว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และพบว่าชาวอังกฤษ 1 รายอยู่เกินกำหนดอนุญาต (overstay) จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติม.



