เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร  สิริภคยาพร  รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการปิดการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 4,985 แห่งโดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 57,705 หน่วย ขณะนี้ได้ปิดการลงคะแนนเรียบร้อยทุกแห่งแล้ว บรรยากาศการเลือกตั้งมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งพอสมควร แม้จะมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น กรณีเหตุวางระเบิด วางเพลิงในปั๊มน้ำมัน 11 จุด ใน จ.ยะลา นราธิวาส ปัตตานี โดยมี อบต.ในพื้นที่เกิดเหตุรวม 1,920 หน่วย  ซึ่งสำนักงาน กกต. ค่อนข้างกังวล และได้ประสานงานกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดตลอดทั้งวัน  ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าไม่เกิดผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้ง สามารถเปิดการลงคะแนนได้ปกติ อาจมีผลกระทบบ้างต่อความรู้สึก และการเดินทางออกมาใช้สิทธิของประชาชน แต่โดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เรื่องที่ 2 เป็นกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงส์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ฉีกบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากกาผิดหมายเลขและขอเปลี่ยนบัตรแต่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถเปลี่ยนบัตรให้ได้จึงเป็นกรณีทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดซึ่งมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับไม่เกิน  100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ส่วนภาพรวมอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่ง กกต.ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง อบต.ทุกฝ่าย  รวมถึงฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าจะทราบผลประมาณ 20.30 น.

รองเลขาธิการ กกต. ยังระบุว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการว่ามีผู้มาใช้สิทธิเท่าใด และมีบัตรเสียเท่าใด ต้องรอการตรวจสอบก่อน แต่จากข้อมูลที่ได้ในทุกจังหวัดมีการมาใช้สิทธิค่อนข้างเยอะมากพอสมควร ส่วนเรื่องการประกาศรับรองผล หลังมีการรายงานผลการเลือกตั้งแล้ว กกต.จะตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนน กรณีท้องถิ่นใดไม่มีการร้องเรียนหรือการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต  ก็จะทำการประกาศภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง  แต่ถ้ามีการร้องเรียนหรือมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเกิดขึ้นหรืออาจต้องมีการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ก็จะมีการประกาศอย่างช้าไม่เกิน 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นมักจะเกิดขึ้นในช่วงมีการจัดการเลือกตั้งทุกครั้งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กกต.มีความเป็นห่วงและได้ประสานกับ กกต.จังหวัดและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ซึ่งทราบว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดและฝ่ายความมั่นคงมีการเตรียมความพร้อมกับเรื่องนี้ไว้พอสมควร  และมีมาตรการค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นในการเลือกตั้งหลายๆ ครั้งทุกส่วนที่รับผิดชอบก็มีการดูแลเป็นอย่างดี  ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้ง และหน่วยออกเสียงประชามติอะไร

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังกล่าวด้วยว่าในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติที่จะมีขึ้น ทางเลขาธิการฯ ได้สั่งให้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทุกแห่งจัดทำป้ายไวนิลที่มีเบอร์พรรค และเบอร์ผู้สมัครของแต่ละเขตติดไว้ภายในหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นห่วงว่าประชาชนจะสับสนในการลงคะแนนเพราะจำนวนผู้สมัครและพรรคมีมาก การติดไว้ภายในหน่วยเลือกตั้งเพื่อที่ประชาชนเมื่อเข้ามาใช้สิทธิจะได้มองเห็นถือเป็นการอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ให้เกิดการกาบัตรผิดหมายเลข.