สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่านายกีเดียน ซาร์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอล “สนับสนุนการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชาวอิหร่าน และขออวยพรให้พวกเขาประสบความสำเร็จ” แล้วเสริมว่า อิสราเอลคิดว่า ชาวอิหร่าน “ควรได้รับเสรีภาพ” พร้อมทั้งยืนยันว่า “อิสราเอลไม่มีความเกลียดขังต่อชาวอิหร่าน แต่มองว่า ประเทศแห่งนี้กำลังมีปัญหาใหญ่ “ทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ” นั่นคือ “ระบอบการปกครองของอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกลัทธิก่อการร้ายและลัทธิสุดโต่งอันดับหนึ่งของโลก”


ทั้งนี้ อิหร่านเผชิญกับกระแสการประท้วงต่อต้านที่รุนแรงนานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งหน่วยงานสิทธิมนุษยชนอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 192 รายทั่วประเทศ โดยชนวนเหตุเริ่มต้นของการประท้วง มาจากความโกรธแค้นของประชาชนต่อค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปสู่การเคลื่อนไหวในวงกว้างเพื่อท้าทายรัฐบาลอิหร่านในระบอบเทวธิปไตย หรือการปกครองโดยผู้นำศาสนา ที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่าน ในปี 2522


ขณะที่อิหร่านกล่าวหามาตลอด ว่าอิสราเอลและสหรัฐเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรง และพยายามทำลายความเป็นเอกภาพแห่งชาติของอิหร่าน พร้อมทั้งขู่ว่า หากมีการแทรกแซงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง ถือเป็น “เป้าหมายอันชอบธรรม”.

เครดิตภาพ : AFP