ความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค.2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุด “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า การเตรียมงานทุกด้านในโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างเข้มข้น โดย กกท. ได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬาทุกประเภทความพิการ ตลอดจนจังหวัดนครราชสีมา อย่างใกล้ชิด โดยเรื่องของอีเวนต์ที่จะมีการชิงชัย การแบ่งคลาสความพิการ ได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อย รวมถึงการบริหารจัดการเรื่องของที่พัก อาหาร การขนส่ง ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว

“อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ จะต่อยอดจากศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เรื่องของมาตรฐานการตัดสิน ไม่มีการเอาเปรียบในฐานะการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ผ่านมาได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ไม่ยากแต่มีความซับซ้อนในแต่ละชนิดกีฬา ซึ่งได้จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน กกท. และจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อการมีส่วนร่วมและสร้างกระแสก่อนการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน ก็จะดำเนินการให้เกิดความประทับใจในโอกาสที่อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้เป็นการจัดครั้งที่ 2 ของไทย

“อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ ถือว่ากลับมาจัดที่ไทยอีกครั้งในรอบ 18 ปี หลังจากได้เป็นเจ้าภาพครั้งล่าสุดเมื่อครั้งที่ 4 ปี 2008 จึงอยากเชิญชวนแฟนกีฬาร่วมเชียร์นักกีฬาไทยที่สนามแข่งขัน หรือติดตามชมผ่านการถ่ายทอดสดทาง NBT, T Sports 7, PPTV 36 และ TrueVisions Now เพื่อให้ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยครองเจ้าเหรียญทอง เป็นสมัยที่ 7 ให้ได้ แม้ว่าจะต้องเจอกับชาติที่แข็งแกร่งอย่างอินโดนีเซีย เจ้าเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ 3 สมัยติดต่อกัน ในการแข่งขัน 3 ครั้งหลังสุดก็ตาม” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

สำหรับศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 บรรจุกีฬาแข่งขัน 19 ชนิด ประกอบด้วย กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, ฟุตบอล 5 คน, บอคเซีย, หมากรุกสากล, จักรยาน, ฟุตบอล 7 คน, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง, ยิงปืน, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ, วีลแชร์เทนนิส และโบว์ลิ่ง ชิงชัย 493 เหรียญทอง