สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่านางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงนองเลือดในอิหร่าน ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ยืนหยัดคัดค้านการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นมาโดยตลอด”
“อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” พร้อมเสริมว่าจีนคัดค้าน “การใช้กำลังหรือการข่มขู่ ว่าจะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
ทั้งนี้ จีนหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ารัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่านจะสามารถก้าวข้ามความยากลำบากในปัจจุบัน และรักษาเสถียรภาพของชาติเอาไว้ได้
Chinese Foreign Ministry:
— Clash Report (@clashreport) January 12, 2026
China hopes that the Iranian government and people will overcome the current difficulties and uphold stability in the country.
We always oppose interference in other countries' internal affairs. pic.twitter.com/iWChiivbBI
แม้ไม่มีการเอ่ยพาดพิงถึงประเทศที่สาม แต่ท่าทีของจีนในครั้งนี้ถือเป็นการ “ส่งสัญญาณเตือน” ไปยังสหรัฐ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวบ่อยครั้งมากขึ้น ว่าอาจใช้ “มาตรการทางทหาร” กับอิหร่าน เพื่อตอบสนองต่าอการประท้วง
ขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน วิจารณ์สหรัฐ “สองมาตรฐาน” และยืนยันว่า รัฐบาลเตหะรานพร้อมตอบโต้กับ “การโจมตีทุกรูปแบบ” ของสหรัฐ แต่ยังคงเปิดโอกาสสำหรับการเจรจา “บนพื้นฐานของการให้เกียรติกัน”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



