การศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Ecology & Evolution เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ตระกูลไพรเมต (Primate หมายถึงสัตว์จำพวกลีเมอร์ ลิงและลิงไม่มีหางซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วย) เพียงชนิดเดียวที่มีพฤติกรรมทางเพศระหว่างเพศเดียวกันหรือ “รักร่วมเพศ”
ผลการวิจัยพบพฤติกรรมนี้ในสัตว์ตระกูลไพรเมตที่ไม่ใช่มนุษย์ถึง 59 สายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงลิงโบโนโบ ชิมแปนซี และลิงมาคาก โดยนักวิจัยสังเกตพบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นปกติใน 23 สายพันธุ์ และไม่ได้เป็นเพียงพฤติกรรมทางเพศ แต่มีบทบาทในเชิงสังคมด้วย
วินเซนต์ ซาโวไลเนน ผู้อำนวยการศูนย์ Georgina Mace เพื่อโลกที่มีชีวิต แห่งอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน และหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยชิ้นนี้ ระบุว่า สิ่งที่ค้นพบแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมระหว่างเพศเดียวกันของสัตว์กลุ่มไพรเมตไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือหายาก แต่เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของสังคมไพรเมตไม่ต่างจากการหาอาหาร การต่อสู้ หรือการเลี้ยงดูทายาท
ทีมนักวิจัยเสนอแนวคิดว่า พฤติกรรมนี้พัฒนาขึ้นตามกระบวนการวิวัฒนาการเพื่อช่วยให้ลิงในกลุ่มสังคมที่ซับซ้อนสามารถผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความขัดแย้ง และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกัน
รายงานระบุว่า พฤติกรรมทางเพศระหว่างเพศเดียวกันจะปรากฏเด่นชัดมากขึ้นเมื่อสัตว์ต้องการความสามัคคีในกลุ่มเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกนักล่าจับกิน หรือมีการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรที่รุนแรง

นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมรักร่วมเพศซึ่งมีทั้งแบบตัวผู้กับตัวผู้และตัวเมียกับตัวเมียได้บ่อยในกลุ่มสังคมสัตว์ที่มีลำดับชั้นเข้มงวด ซึ่งเซ็กซ์จะกลายเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนคล้ายกับ “สกุลเงิน” รูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้แต่ละตัวรับมือเกี่ยวกับการแข่งขัน สร้างพันธมิตร และหลีกเลี่ยงความก้าวร้าวระหว่างกลุ่ม
พฤติกรรมทางเพศเหล่านี้ครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการขึ้นขี่อีกฝ่าย การสัมผัสอวัยวะเพศ และการทำออรัลเซ็กซ์ ทั้งในเพศผู้และเพศเมีย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องนี้ยังมีข้อจำกัดเนื่องจากในอดีต นักวิทยาศาสตร์มักมองข้ามหรือไม่ได้บันทึกพฤติกรรมเหล่านี้อย่างจริงจังเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ อีกทั้งยังหาทุนวิจัยได้ยาก โดยเฉพาะจากหน่วยงานรัฐบาล ทำให้พฤติกรรมในอีกหลายสายพันธุ์ยังไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ทีมวิจัยไม่ได้พยายามเชื่อมโยงพฤติกรรมรักร่วมเพศในสัตว์กับพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์สมัยใหม่โดยตรง แต่ระบุว่า บรรพบุรุษของมนุษย์ย่อมตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางสภาพแวดล้อมและสังคมในลักษณะเดียวกับที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมทำนองนี้ในกลุ่มไพรเมตชนิดอื่น
มาร์ลีน ซุก นักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา เสริมว่า งานวิจัยนี้ช่วยแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า พฤติกรรมทางเพศของสัตว์เป็นเรื่องของการสืบพันธุ์เพียงอย่างเดียว เธอยืนยันว่าไม่มี “ยีนเกย์” เพียงยีนเดียวที่กำหนดพฤติกรรมนี้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่พฤติกรรมทางเพศเกือบทั้งหมดเป็นผลมาจากอิทธิพลร่วมกันระหว่างพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนมากกว่าที่คนทั่วไปมักจินตนาการไว้
ที่มา : nbcnews.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



