เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ร.ต.อ.ยุธนการณ์ วังสาร รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกุ่ม รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวัดตะโก เลขที่ 444 หมู่ 13 ต.โก่งธนู อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุวิทย์ หริรักษ์ สว.สภ.บ้านกุ่ม และประสานงานรถดับเพลิงใกล้เคียงรวม 10 คัน ไปช่วยกันดับเพลิง
ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร เพลิงกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงบริเวณศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ของวัดตะโก ซึ่งทำด้วยไม้สักทั้งหลังยกพื้น ประกอบกับอากาศเย็นและมีลมพัด จึงทำให้การดับไฟเป็นไปด้วยความลำบาก รถน้ำดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยหลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าฉีดน้ำสกัด เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังกุฏิพระและอาคารข้างเคียง ซึ่งใช้เวลาราวกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมเพลิงสงบลง ท่ามกลางเศษไม้ที่ถูกเพลิงเผาผลาญ ชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ต่างเสียดายที่ศาลาการเปรียญหลังนี้ถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย
จากการสอบถาม พระครูสถิตอักขระธรรม เจ้าอาวาสวัดตะโก ทราบว่าศาลาการเปรียญ หลังดังกล่าวมีความกว้างและยาวด้านละประมาณ 30 เมตร ช่วงเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บนศาลาการเปรียญ จู่ๆก็มีกลุ่มควันไฟลุกขึ้น กระทั่งมีคนเห็นไฟก็ลุกท่วมศาลาแล้ว ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากศาลาหลังนี้สร้างมานานกว่า 30 ปี สายไฟอาจชำรุด ค่าเสียหายครั้งนี้คาดว่ากว่า 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายจริงทั้งหมด จะต้องรอบให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง.



