สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่า นายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวระหว่างการแถลงร่วมกับนายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ผู้นำเดนมาร์ก ว่าตอนนี้กรีนแลนด์กำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ กรีนแลนด์ไม่ต้องการมีเจ้าของ และไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของใคร
If we have to choose between the United States and Denmark, we choose Denmark. We choose NATO — Greenland’s Prime Minister Jens-Frederik Nielsen
— RT (@RT_com) January 13, 2026
'We choose Denmark. We choose the EU' https://t.co/sjarb0upVn pic.twitter.com/8tncqGstms
อย่างไรก็ตาม หากต้องเลือก “นาทีนี้” นีลเซนกล่าวว่า กรีนแลนด์ขออยู่กับเดนมาร์ก “ดีกว่า” อยู่กับสหรัฐ ขณะที่เฟรเดอริกเซนกล่าวเสริมว่า การต้องเผชิญหน้ากับ “ความกดดันที่ยอมรับไม่ได้” จากพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างสหรัฐนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งที่ท้าทายที่สุดยังรออยู่ข้างหน้า
Denmark's leadership has failed the people of Greenland, and their bullying tactics won't change that.
— Vice President JD Vance (@VP) March 28, 2025
Investment in Greenland's security is in America's best interest, and it will continue under President Trump. pic.twitter.com/ZpGlnDXCRh
ความสัมพันธ์ระหว่างเดนมาร์กกับสหรัฐในประเด็นกรีนแลนด์ เริ่มตึงเครียด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งรองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ เดินทางไปยังกรีนแลนด์ เมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว และแวนซ์วิจารณ์เดนมาร์กอย่างหนักว่าเป็น “พันธมิตรที่แย่” และขาดความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้กับภูมิภาคอาร์กติก
อนึ่ง มีการวิเคราะห์ด้วยว่า ทรัมป์อาจกำลังเข้าใจผิดว่า กรีนแลนด์กำลังจะแยกตัวออกจากเดนมาร์กในอีกไม่ช้า จึงพยายามเข้ามาแทรกแซง แต่ในความเป็นจริง กรีนแลนด์พยายามเป็นเอกราชมานานแล้ว และเรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ภายในอีกไม่นานนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



