เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ม.ค. 69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ทีมนโยบายเศรษฐกิจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9 นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 เบอร์ 9 นายปริวรรต ศรีอัศวิน ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 2 เบอร์ 10 และนายบัณฑัต ฤทธิบุตร ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 12 เบอร์ 8 ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารและญาติที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

โดย นายเจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่าจากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในหลายพื้นที่ พี่น้องทหารไทยสามารถรบทวงคืนพื้นที่ที่ถูกกัมพูชารุกรานนับพันไร่กลับคืนมาได้ ถือเป็นผลงานที่เกิดจากความเสียสละของเหล่าวีรบุรุษทหารที่ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิต พวกเราขอสดุดีในความกล้าหาญของทหารทุกนาย
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่คนร่วมชาติบางกลุ่มยังคงพูดถึงทหารในแง่ลบ และพยายามหยิบยกประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครใส่ใจทหารผู้น้อย โดยบอกว่าสดุดีแต่ทหาร โดยไม่มองสิ่งที่เป็นปัญหา ซึ่งคนเหล่านี้ยังไม่เข้าใจ
นายเจษฎ์ กล่าวยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ปฏิเสธปัญหาที่เกิดขึ้นภายในกองทัพ เรื่องโครงสร้างกองทัพเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการจัดการ และวางระบบให้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ทหารผู้น้อยถูกทหารผู้ใหญ่ทำร้าย การถูกนำไปใช้งานในทางที่ไม่เหมาะสม การให้ไปรับใช้ส่วนตัว หรือการกระทำที่ไม่ชอบธรรมอย่างการโกงเงิน กินเบี้ยหวัด รวมถึงการทุจริตส่วนต่างงบประมาณจัดซื้ออาวุธ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข และนำคนผิดมาลงโทษ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าใครจะสามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อน หรือนำมาเป็นเหตุผลในการไม่สำนึกบุญคุณของทหาร และขอเรียกร้องให้เลิกตั้งคำถามว่าทหารมีไว้ทำไม เพราะทุกคนควรตระหนักถึงความจำเป็นของทหารได้แล้ว ขอเตือนกลุ่มนักการเมืองที่พยายามอ้างชื่อทหารผู้น้อยมาเป็นเครื่องมือในการหาเสียงหรือโจมตีกองทัพว่าควรหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะนั่นคือการแสดงออกเพียงเพื่อหวังคะแนนเสียงเท่านั้น

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ยังได้เน้นย้ำว่าหากบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ทหารในแง่ร้ายได้เห็นถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวทหารที่บาดเจ็บหรือล้มตาย คงจะไม่กล้าเล่นเกมการเมืองแบบนี้แน่นอน แต่จะเปลี่ยนมาเป็นการสดุดีจากใจจริง ดังนั้นหากต้องการจะร่วมกันพัฒนาชาติไทยให้ก้าวหน้า ก็ควรเลิกใช้ทหารเป็นประเด็นในการพูดทางลบ แต่ให้หันมาช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่บิดเบือนหรือใช้เป็นเครื่องมือบังหน้า
พร้อมกันนี้พรรครักชาติได้นำเสนอนโยบายสำคัญในการยกระดับเกียรติภูมิของทหารผ่านศึก โดยเสนอให้มีการเปลี่ยน “องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” เป็น “องค์การเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก” เนื่องจากมองว่าภารกิจที่มีต่อผู้เสียสละเพื่อชาติไม่ควรเป็นเพียงแค่การสงเคราะห์เยียวยาแบบที่ผ่านมา แต่ต้องเป็นการเชิดชูเกียรติยศกัน.



