เมื่อเราใช้นิ้วมือที่สกปรกแคะจมูก ย่อมมีโอกาสที่จะนำแบคทีเรียเข้าสู่จมูก ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่นำไปสู่การสะสมของสะเก็ดแผล เนื้อเยื่อถูกทำลาย และเลือดกำเดาไหล แต่ผลเสียอาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้นตามผลวิจัยล่าสุด
ทีมวิจัยกำลังทดสอบทฤษฎีที่ว่า การบาดเจ็บของผนังโพรงจมูกสามารถส่งเชื้อโรคไปสู่สมอง ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและการก่อตัวของคราบโปรตีนอะไมลอยด์ (amyloid plaques) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ของโรคอัลไซเมอร์ หรือภาวะสมองเสื่อมที่ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันกว่า 7 ล้านคน
แม้ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งค่อยๆ ทำลายความจำ ความคิด การใช้เหตุผล และการตัดสินใจ แต่มีนักวิจัยบางส่วนที่มุ่งความสนใจไปที่แกนการสื่อสารของเซลล์ระหว่างจมูกและสมอง (Nose-brain axis) ซึ่งเป็นเส้นทางโดยตรงระหว่างโพรงจมูกและระบบประสาทส่วนกลาง
เนื่องจากศูนย์ประมวลผลการดมกลิ่นของสมองเป็นพื้นที่กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับความเสียหายจากโรคอัลไซเมอร์ การทดสอบเรื่องการดมกลิ่นจึงกลายเป็นวิธีคัดกรองความเสี่ยงของโรคนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรุกล้ำเข้าไปในร่างกายผู้ป่วย และบางทีแพทย์ควรจะถามคนไข้ด้วยว่าพวกเขาเป็นพวกชอบแคะจมูกหรือไม่
ผลการศึกษาในปี 2565 จากมหาวิทยาลัยกริฟฟิทในออสเตรเลียพบว่า การแคะจมูกสามารถนำพาเชื้อแบกทีเรียคลาไมเดีย นิวโมเนีย (Chlamydia pneumoniae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เข้าสู่เส้นประสาทรับกลิ่นในจมูกของหนูทดลอง จากนั้นแบกทีเรียสามารถเดินทางต่อไปยังสมองได้ ผลที่ตามมาคือเซลล์สมองจะสะสมคราบโปรตีนอะไมลอยด์เบตา คราบเหล่านี้จะเกาะตัวกันจนกลายเป็นคราบเหนียวที่ไปขวางการสื่อสารระหว่างเซลล์และทำให้เซลล์สมองตาย นำไปสู่การสูญเสียความทรงจำและภาวะสมองเสื่อม
“เราเป็นกลุ่มแรกที่แสดงให้เห็นว่าเชื้อคลาไมเดีย นิวโมเนีย สามารถเคลื่อนจากจมูกเข้าสู่สมองโดยตรง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดพยาธิสภาพที่ดูเหมือนโรคอัลไซเมอร์ได้” เจมส์ เซนต์ จอห์น นักประสาทวิทยา กล่าวเมื่อครั้งที่งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports “เราเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในแบบจำลองของหนูทดลอง และหลักฐานนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับมนุษย์เช่นกัน”
งานวิจารณ์ทางวิทยาศาสตร์อีกชิ้นในปี 2566 ระบุว่าการอักเสบของระบบประสาทในโรคอัลไซเมอร์ “อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่ง” มาจากเชื้อโรคที่เข้าสู่สมองผ่านระบบการดมกลิ่น นักวิจัยตั้งทฤษฎีว่าแบกทีเรียที่เป็นอันตรายเหล่านี้จะเปลี่ยนโครงสร้างแบกทีเรียในจมูก ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อในสมองเรื้อรังระดับต่ำ การอักเสบของระบบประสาท และโรคอัลไซเมอร์
เบ็ตซี กรันช์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทที่ได้รับวุฒิผู้เชี่ยวชาญสูงสุด ซึ่งออกมารีวิวงานวิจัยชิ้นนี้บนโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้ว แนะนำว่า ควรรักษาความสะอาดของจมูกเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายผนังจมูก นั่นหมายถึงการไม่แคะจมูกและไม่ถอนขนจมูก แต่หากใครมีนิสัยที่ชอบแคะจมูกเป็นประจำและไม่สามารถเลิกได้ ก็ควรล้างมือบ่อยๆ และใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


