นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำนมโคที่ไม่มีแหล่งจำหน่าย ว่า ปัญหาน้ำนมดิบที่ไม่มีแหล่งจำหน่าย เป็นปัญหาที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งเป็นผลจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นตามฤดูกาล ประกอบกับข้อจำกัดด้านตลาดและกำลังการรับซื้อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแนวทางนำปริมาณน้ำนมส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ทั้งในรูปแบบการรับซื้อเพิ่มเติม การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น รวมถึงการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์น้ำนมโคปัจจุบัน พบว่า มีน้ำนมโคคงเหลือที่ยังไม่มีคู่ค้าเข้ามารับซื้อตามบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2568/2569 รวม 181.713 ตันต่อวัน ลดลง 23.439 ตันต่อวัน จากเมื่อครั้งประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทยในการช่วยรับซื้อ รวมทั้งผลจากการหารือในครั้งนี้ อ.ส.ค. จะช่วยรับซื้อน้ำนมดิบในปริมาณ 108 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลืออีก 73.713 ตันต่อวัน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมภาคเอกชนมีความยินดีรับซื้อเพื่อนำไปแปรรูปเป็นนมผงเต็มมันเนยต่อไป

“เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันหาแนวทางและช่องทางการจำหน่ายรองรับผลิตภัณฑ์จากน้ำนมโค โดยเฉพาะการแปรรูปน้ำนมดิบส่วนเกินไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและมูลค่าสูง อาทิ นมผง ครีม หรือผลิตภัณฑ์นมพรีเมียมรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงต้นทุน ราคาน้ำนมดิบ และความเหมาะสมของตลาดเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจและภาคเอกชนในการสนับสนุนด้านช่องทางการตลาดและการกระจายสินค้า เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับหน่วยงานหรือผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และเชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จะสามารถยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมนมโคของประเทศให้มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในระยะยาว”