เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟรางคู่พังถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถไฟตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

หนึ่งในผู้โดยสารที่อยู่ในเหตุการณ์ คือ นายถวิล สิงห์ทอง อายุ 82 ปี นางบุญเลี้ยง สิงห์ทอง อายุ 73 ปี สองสามีภรรยา และนางปราณี สิงห์ทอง อายุ 52 ปี บุตรสาว ชาวบ้านเลขที่ 68 หมู่ 12 บ้านโคกสะอาด ตำบลหนองตราด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในช่วงแรกชื่อของทั้งสามปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้เสียชีวิต สร้างความตื่นตระหนกแก่ญาติและชาวบ้านในพื้นที่

ต่อมาพบว่าเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน ทั้งสามไม่ได้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดได้เดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย โดยนางปราณีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย มีแผลถลอกบริเวณใบหน้าและข้อเท้า

เมื่อทราบข่าว ชาวบ้านในพื้นที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมทำพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญตามประเพณีท้องถิ่น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ทั้งสามคน ซึ่งต่างยังมีสภาพจิตใจเข้มแข็ง แม้จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

นางปราณี เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้พาพ่อและแม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร และขากลับเลือกเดินทางด้วยรถไฟตามปกติ ขณะเกิดเหตุ ตนนอนหลับอยู่ ส่วนพ่อและแม่ยังไม่ได้นอน ได้ยินเสียงดังสนั่นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ร่างของตนจะลอยอยู่ภายในตู้โดยสารโดยไม่รู้ทิศทาง

หลังจากขบวนรถหยุดนิ่ง พบว่ามีฝุ่นควันฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ และเห็นชาวต่างชาติรายหนึ่งติดอยู่กับซากตู้รถไฟ โดยมีภรรยาชาวต่างชาติร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ก่อนจะมีชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลือแจ้งให้รีบออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีน้ำมันรั่ว ตนจึงพาพ่อและแม่ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ ออกมาจากขบวนรถได้อย่างปลอดภัย

นางปราณี กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่โทษการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากใช้บริการมาตลอดชีวิตและเห็นว่ามีมาตรฐานที่ดี แม้จะเกิดเหตุร้ายแรงครั้งนี้ ก็ยังคงเชื่อมั่นและจะใช้บริการรถไฟต่อไป เพราะมองว่าเป็นรูปแบบการเดินทางที่ปลอดภัย หากจะมีความบกพร่องควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ “อิตาเลียนไทย”

ด้านนายถวิล สิงห์ทอง ผู้เป็นบิดา กล่าวสอดคล้องกันว่า ยังคงเชื่อมั่นในการรถไฟแห่งประเทศไทย และเชื่อว่าหลังจากนี้มาตรการความปลอดภัยจะยิ่งรัดกุมมากขึ้น พร้อมยืนยันจะใช้บริการรถไฟต่อไปเช่นเดิม