กลายเป็นวิบากกรรมของพรรคประชาชน (ปชน.) อีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือที่รู้จักกันนาม “ไซเบอร์” บุกจับ นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรค ปชน. ด้วยเหตุพัวพันเว็บพนัน หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 ม.ค. 69 ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”  ได้ที่บ้านพักย่านนวลจันทร์ ถนนนวมินทร์ กทม. โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนตำรวจพบความเคลื่อนไหวของเว็บพนันออนไลน์ชื่อ nakarin ว่า มีการเปิดให้เล่นเว็บพนันออนไลน์จึงได้ทำการสืบสวนแกะรอย ก่อนจับกุม โดยจากการตรวจสอบพบว่า นายรัชต์พงศ์ มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ของเว็บพนันดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกจับ “นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์” ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 โดนหมายจับคดีฟอกเงิน จากการขยายผลเครือข่ายยาเสพติด จนพรรคต้องรีบประกาศเปลี่ยนตัวผู้สมัครใหม่ ระหว่างนั้น “นายบุญฤทธิ์” พยายามปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่มีเส้นเงินเชื่อมโยงมาถึงว่ามีการรับเงินเป็นรายเดือนนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติด แต่ยอมรับว่า เป็นกรรมการ 1 ใน 4 บริษัทที่ถูกพาดพิงถึง และอยู่ในเครือข่ายยาเสพติดที่ตำรวจได้ข้อมูลอยู่ในมือ จากการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติของตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังจากติดตามและตรวจค้นหลายพื้นที่ พร้อมยึดทรัพย์รวมประมาณ 200 ล้านบาท และยังพบเส้นทางการเงิน เชื่อมโยงไปถึงนายบุญฤทธิ์ดังกล่าว โดยแกนนำพรรคสีส้มได้ประกาศจุดยืนของพรรค “มีเทาไม่มีเรา” ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นกับพรรค ปชน. ซึ่งถูกคาดหมายว่า จะมีโอกาสเป็นแกนนำรัฐบาล และชูนโยบายต่อต้านทุนสีเทา

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ออกมาแถลงว่า ทราบเรื่องจากทนายของนายรัชต์พงศ์ ทางพรรคยืนยันแนวทางชัดเจน ไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา ไม่ว่าจะการทุจริตคอร์รัปชัน การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ ทุนเทา หรือ สแกมเมอร์ รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ บุคลากรของพรรคไม่ว่าตำแหน่งใด เราไม่ปกป้อง ไม่ปกปิดการกระทำอย่างเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตัวเอง พรรค ปชน.หวังว่ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่จะดำเนินการต่อกรณีอื่น ๆ ในอนาคต จะทำการกวาดล้างนักการเมือง ที่มีอิทธิพลในเครือข่ายอาชญากรรม ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ ทุนเทาหรือสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ทั้งหมดอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่หวังผลทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น เมื่อถามว่านายรัชต์พงศ์เป็น สส.ชุดที่แล้วด้วย ก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ก่อนหน้านี้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนมา มีการตรวจสอบไปแล้ว และพรรคไม่ได้นิ่งเฉย มีการส่งตัวแทนไปสอบถามคนในพื้นที่ รวมถึงการเช็กประวัติอาชญากรรมที่ตรวจสอบผู้สมัครคนอื่นเช่นกันตามปกติ แต่พรรคไม่มีอำนาจรัฐในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก จึงได้ดำเนินการตามหลักฐานที่มีและสอบถามเจ้าตัวโดยตรง เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนี้ เรื่องกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป

ในท้ายที่สุด เรื่องนี้ต้องรอกระบวนการยุติธรรม พิสูจน์ข้อกล่าวหา แต่เบื้องต้นพรรคต้นสังกัดของ “นายรัชต์พงศ์” ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เพราะวางมาตรฐานในการทำงานไว้สูง ยืนยันว่า ต้องการล้างทุนสีเทา แต่กลับมาเจอข้อครหา

ขณะที่ “พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล” หรือ “โอ๊ต” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 พรรค ปชน. สามี น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ “ทนายแจม” ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 พรรค ปชน. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อีก 2 หมายรอรับแรงกระแทก ถ้ารู้ว่าทำผิด ทำให้พรรคเสียหาย แสดงความรับผิดชอบก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอให้ออกหมายจับ”

โดยโพสต์ดังกล่าว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนพรรค ปชน.จำนวนไม่น้อย สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า มีแนวโน้มสูงว่า พรรค ปชน. รับรู้ข้อมูลมาโดยตลอดใช่หรือไม่ ว่าใครบ้างที่เคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แต่กลับไม่ดำเนินการทำอะไร โดยอ้างว่าไม่มีพยานหลักฐาน ส่งผลให้พรรค ปชน.ต้องเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์

ส่วน “สำนักข่าวนิเคอิ” เอเชียของญี่ปุ่น เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงการตั้งเป้าจำนวน สส.ในการเลือกตั้งว่า พรรค พท. ตั้งเป้าคว้าที่นั่งในสภาอย่างน้อย 200 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง เพื่อให้สามารถประสานงานกับพรรคอื่น และสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลได้ และไม่ว่าผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้จะเป็นอย่างไร ตนเปิดกว้างในการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น เพื่อให้ได้เสียงข้างมาก ที่มากขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาลผสม หากนโยบายตรงกัน ส่วนการเดินหน้าโครงการเรือธง ‘กาสิโน’ หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายยศชนัน ยอมรับว่า หากจำเป็นต้องระงับโครงการนี้ เนื่องจากพรรคพท.ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก แต่ในทางกลับกัน พรรคจะปรับพื้นที่ดังกล่าว ให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งถือเป็นโครงการเพื่อสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยว หากโครงการหนึ่งไม่ดี ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ขอเพียงวัตถุประสงค์ตรงกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรค พท. ได้ลงพื้นที่หาเสียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.หนองบัวลำภู นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู ได้แก่ นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 8 และนายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 3 โดยมีการปราศรัย 2 จุด คือ บ้านริมพะเนียง อ.เมือง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และลานร้านพรทิพย์พืชผล อ.ศรีบุญเรือง เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลสำรวจหลายสำนัก โดยพรรค พท.ไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน วันนี้พรรค พท.มีนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีนโยบายประกันกำไรราคาสินค้าเกษตรร้อยละ 30 เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้เกษตรกร

ไล่ดูความเคลื่อนไหวของ “นายยศชนัน” ต้องยอมรับ เป้าหมายในการเลือกตั้ง คือ หวังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำ แม้กระทั่ง รวมทั้งยอมถอยนโยบายเรือธงอย่าง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง

เริ่มมีความชัดเจนจากเงื่อนเวลานักโทษ “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีรายงานจากกรมราชทัณฑ์ว่า ในกรณีการปรับเลื่อนชั้น ผู้ต้องขังเด็ดขาดของนายทักษิณ ปกติเรือนจำ/ทัณฑสถาน จะมีการปรับเลื่อนชั้นปีละ 4 ครั้ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อยู่ในกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 จะประกอบด้วย เดือน มี.ค. เดือน เม.ย. เดือน ส.ค. และเดือน ธ.ค. ซึ่งผู้ต้องขังในแต่รายที่จะได้รับพิจารณาปรับเลื่อนชั้น ก็จะต้องมีใบประกาศนียบัตรเพื่อรับรองการประพฤติตนระหว่างถูกคุมขัง การบำเพ็ญประโยชน์ และประกอบกับจำนวนโทษคดี การรับโทษจำคุกมาแล้วระยะเท่าใด เป็นต้น

แต่ในกรณีการเลื่อนชั้นของนายทักษิณ เนื่องด้วยนายทักษิณ ถูกคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี และถูกนำตัวเข้าคุมขังเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 68 ซึ่งในรอบการปรับเลื่อนชั้น ตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 ในรอบเดือน ส.ค. 68 และเดือน ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ไม่ทันรอบการพิจารณา จึงยังไม่ได้ปรับเลื่อนชั้นจากชั้นกลางเป็นชั้นดี อย่างไรก็ตาม กรณีของนายทักษิณ อาจไม่ต้องกังวลในเรื่องของการปรับเลื่อนชั้น เนื่องจากเงื่อนไขคุณสมบัติของโครงการพักการลงโทษทั่วไป ในกรณีที่นายทักษิณ มีโทษ 1 ปี ซึ่งจะผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษ คือ ต้องรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 หรือคุมขังมาแล้ว 8 เดือน ดังนั้น ระยะเวลา 8 เดือนดังกล่าว นายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ตรงกับเดือน พ.ค. 69

พรรค พท.คงเสียดาย ที่ “นายทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้รับการพักโทษก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 เพื่อมีโอกาสช่วยหาเสียง เพราะน่าจะมีส่วนในการดึงคะแนนให้พรรค พท. ในช่วงที่ต้องต่อสู้กับพรรคการเมืองอย่าง ภูมิใจไทย และประชาชน.

“ทีมข่าวการเมือง”