จากกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ถูกเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองไผ่ ตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ พบครอบครัวผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ กันยา หรือ “ไก่” อายุ 35 ปี และสามีชาวเกาหลี นายคิม ยองโฮ (Kim Yongho) อายุ 37 ปี บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองราย

นางลำยอง กันยา อายุ 60 ปี มารดาของ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวคบหาดูใจกับสามีชาวเกาหลีมานานกว่า 10 ปี ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 เพื่อจดทะเบียนสมรส โดยทั้งคู่เดินทางจากประเทศเกาหลีมาถึงบ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ใช้ชีวิตและท่องเที่ยวอยู่กับครอบครัว ก่อนเดินทางไปจดทะเบียนสมรสที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569
หลังจากจดทะเบียนสมรสได้เพียง 1 วัน ทั้งสองได้นั่งรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 ซึ่งเป็นขบวนที่เกิดเหตุ เพื่อเดินทางกลับบ้านที่อำเภอวังหิน และตั้งใจจะไปจดทะเบียนสมรสซ้ำในพื้นที่ แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน
นางลำยอง กล่าวต่อว่า ตนมีลูก 2 คน โดยผู้เสียชีวิตเป็นลูกสาวคนที่ 2 ซึ่งมีบุตรติดจากสามีเก่าชาวไทย 2 คน โดยสามีชาวเกาหลีรักและดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดี ยอมรับและพร้อมจดทะเบียนสมรสด้วยกัน ลูกสาวเคยไปทำงานเป็นหมอนวดที่ประเทศเกาหลีเป็นเวลา 4 ปี เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูแม่และลูกทั้งสองทุกเดือน

“พอรู้ข่าวช่วงเช้าวันที่ 14 มกราคม เวลาประมาณ 10.00 น. ว่าลูกสาวกับลูกเขยเสียชีวิตจากเครนถล่มทับรถไฟ ใจแทบสลาย ไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร หลานทั้งสองต้องเสียแม่ไป ตนต้องเป็นคนดูแลต่อ” นางลำยอง กล่าวทั้งน้ำตา
นอกจากนี้ ทั้งสองยังทิ้งสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชื่อ “เจ้ามีมี้” ไว้ให้ดูแลต่างหน้าอีก 1 ตัว โดยมารดาผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเยียวยาและรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักอย่างกะทันหัน
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเฟซบุ๊กของ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ พบว่าโพสต์สุดท้ายเป็นภาพถ่ายเดี่ยวและภาพคู่กับสามีชาวเกาหลี บริเวณหน้ากรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า “สำเร็จไปได้ด้วยดี” ซึ่งกลายเป็นโพสต์สุดท้าย ก่อนชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นจะต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรม



