เครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่กำลังยกชิ้นส่วนขนาดใหญ่ พังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ขณะกำลังมุ่งหน้าสู่ จ.อุบลราชธานี แรงกดทับทำให้โบกี้ที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักคานปูนเต็มๆ ถูกบดขยี้เสียหายยับเยินก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ตามมา ส่วนโบกี้ที่ 3 ถูกโครงเหล็กเครนฟาดกลางตู้จนพังพินาศ และโบกี้ที่ 4 กระเด็นหลุดออกจากราง เกิดเพลิงไหม้รุนแรง เบื้องต้นยืนยันยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงกว่า 30 ราย
“นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หยุดการหาเสียง บินด่วนไปที่สีคิ้วทันที สั่งให้นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ “นายกฯ” เคร่งเครียดให้สัมภาษณ์ที่ จ.พังงา ว่า “ดูแล้วโครงการฯ นี้มันก็หลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้ก็มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทำไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ มันมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบหรือไม่”
“ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทำรายงาน แผนการชดใช้ ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลางที่จะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดำทราบว่าเป็นผู้ประกอบการรายเดิม ที่ผมเคยถามในกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด” และว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ก็จะทำ“สมุดพกผู้ประกอบการ” ซึ่งปัญหาคือ หน่วยงานเองกลัวเอกชนฟ้อง พอจะเปลี่ยนกฎหมายขึ้น “บัญชีดำผู้รับเหมา” คนเสนอจะถูกหาว่า“ใช้เรื่องในอดีตมากลั่นแกล้ง”อีก
ไม่ว่าจะเล่นการเมืองหรือไม่ แต่เรื่องสวัสดิภาพคนไทยถูกแขวนบนความเลินเล่อ ฝ่ายการเมืองก็ย่อมพูด “สส.แบงค์”ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 9 พรรคประชาชน ( ปชน.) กล่าวประณามการทำงานของ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุกับตึก สตง. เมื่อเดือน มี.ค.68 ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัทออกมากราบขอขมาต่อผู้ประสบภัย และแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้โดยด่วน
“ขอประณามรัฐบาลนายอนุทินที่ไม่เร่งลงนามระเบียบลดชั้นผู้รับเหมา (ร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิ์ขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ) ทั้งที่ร่างเสร็จแล้ว ผมอภิปรายเรียกร้องให้ลงนามไปตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉยจนเกิดเหตุยุบสภา ทำให้เราไม่สามารถลดชั้น และตัดสิทธิประมูลงานบริษัทที่ทำงานประมาทเลินเล่อจนมีคนเสียชีวิตจำนวนมากได้ ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญ ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างฯ ได้มีข้อเสนอไปแล้ว
อาทิ 1. ให้สภาวิศวกรทำงานเชิงรุก จัดทำระบบตรวจสอบการรับงานเกินตัวของวิศวกร การยัดชื่อแต่ไม่อยู่คุมงาน การขายลายเซ็น การปลอมลายเซ็น รวมถึงการทดสอบสมรรถนะและความรู้ก่อนจะต่ออายุใบอนุญาตวิชาชีพ 2.ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานอิสระที่มีอำนาจในการสุ่มตรวจสอบงานก่อสร้าง และสืบสวนกรณีอุบัติเหตุงานก่อสร้าง หาสาเหตุเพื่อนำเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย หลักเกณฑ์ เสนอต่อรัฐบาล ไม่ต้องรอ รมว.คมนาคมแต่งตั้งรายอุบัติเหตุ และยังมีข้อเสนออื่นๆ ทั้งระดับ พ.ร.บ., กฎกระทรวง แต่เมื่อยุบสภาเสียก่อน จึงยังไม่ได้อภิปรายต่อสภา” สส.แบงค์ กล่าว
เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นที่น่าเศร้าใจ และน่ากลัวด้วยว่า“สวัสดิภาพในชีวิตของคนไทย มันน้อยกว่าที่ควรเป็นหรือไม่ ?” อุบัติเหตุจากการก่อสร้างเกิดขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมืองมีการก่อสร้างมาก แต่ละงานมาตรฐานการป้องกันภัยเพียงพอหรือไม่ ? อย่างตรงสะพานพระรามสองกี่ครั้งแล้ว กรณีตึกถล่มก็เรื่องหนึ่ง และมาเครนตกนี่อีก .. บริษัทที่มีปัญหา ทำกี่โครงการ ? และคนไทยรู้สึกว่า แล้วภาครัฐจะเอาผิดเอกชนบริษัทยักษ์ใหญ่ได้กี่โมง ?? เราต่างมีคำถามเต็มไปหมด
“พรรคการเมือง”ต่างๆ รีบคิดและเสนอเรื่องมาตรการคุมมาตรฐานก่อสร้างด่วน! ไม่ควรปล่อยให้ อุบัติเหตุ เป็น “เรื่องซวย” ของคนไทย ยิ่ง “พรรคภูมิใจไทย” ครอบครัวของ “หัวหน้าพรรค” มีบริษัทก่อสร้างใหญ่ ยิ่งถูกคาดหวังมาก!!.



