สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ว่าอิหร่านระงับการแขวนคอประหารชีวิตผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล มากกว่า 800 คน จากกำหนดการเดิมซึ่งควรเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม เลวิตต์ยืนยันว่า ทรัมป์ยังคงจับตาสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด และมีการเตือนให้รัฐบาลเตหะรานรับทราบถึง “ผลลัพธ์ที่ร้ายแรง” หากสถานการณ์รุนแรง ที่รวมถึงการสังหารผู้ประท้วงยังคงดำเนินอยู่ต่อไป


ทั้งนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (ไอเอชอาร์) ซึ่งมีฐานอยู่ในนอร์เวย์ รายงานจำนวนผู้ประท้วงที่เสียชีวิตจากการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน อยู่ที่อย่างน้อย 3,428 ราย นับตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่เตือนว่า “ตัวเลขในความเป็นจริงน่าจะสูงกว่านั้นมาก”


ขณะที่สื่อด้านตุลาการของอิหร่านรายงานว่า กระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมประหารชีวิต นายเออร์ฟาน โซลตานี ผู้ประท้วงวัย 26 ปีนั้น “ไม่เป็นความจริง” แต่ระบุว่า โซลตานีอาจเผชิญกับบทลงโทษจำคุก เกี่ยวกับการโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านระเบียบอิสลาม


ด้านนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์พิเศษกับฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐ ว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์รุนแรงที่เป็นผลมาจาก “การก่อการร้ายโดยการปลุกระดมจากภายนอก” และยืนยันว่า ไม่มีการประหารชีวิตผู้ประท้วงด้วยการแขวนคอ แต่ย้ำว่า อิหร่านยังอยู่ในสถานะพร้อมรับมือกับ “ภัยคุกคามทุกรูปแบบ”


อีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวระดับสูงของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า รัฐบาลริยาด กาตาร์ และโอมาน เป็นผู้นำในความพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้ทรัมป์โจมตีทางทหารกับอิหร่าน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิด “ผลกระทบย้อนกลับที่เลวร้ายในภูมิภาค” และเพื่อให้อิหร่านมีโอกาส “แสดงเจตนาที่ดี” ซึ่งการเจรจา “บรรลุผลในนาทีสุดท้าย”

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวยืนยันด้วยว่า มีการเจรจาแบบเดียวกันกับอิหร่าน ว่าการโจมตีฐานทัพ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะต้อง “ได้รับผลตอบแทน”.

เครดิตภาพ : AFP