นับถอยหลังอีกเพียง 3 วันเท่านั้น สำหรับการคัมแบ๊กที่โลก K-Pop ต่างนิยามว่าเป็น “การกลับมาของราชา” สำหรับบอยแบนด์ระดับตำนาน “EXO” ที่เตรียมส่งอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 “REVERXE” (รีเวิร์ส) มาสั่นสะเทือนวงการในปี 2026 พร้อมแผนกิจกรรมแบบจัดเต็มตลอดทั้งปี โดยกิจกรรมของ EXO ในปี 2026 เริ่มต้นด้วยการวางจำหน่ายอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 ในชื่อ “REVERXE” ซึ่งจะพาไปเจาะลึกไฮไลท์จุดที่น่าติดตามกัน

“กระแสโลกทัศน์ K-pop กลับมาอีกครั้ง” การโปรโมทของ EXO ที่สร้างกระแสอย่างล้นหลาม
อัลบั้มในครั้งนี้เป็นผลงานที่จะทำให้ได้พบกับโลกทัศน์ของ EXO อีกครั้ง ซึ่งเป็นวงที่เคยสร้างปรากฏการณ์กระแสโลกทัศน์ในวงการ K-POP มาก่อน โดยได้รับความสนใจตั้งแต่การใช้ชื่ออัลบั้มในแบบฉบับของ EXO ชื่ออัลบั้ม “REVERXE” มีพื้นฐานมาจากเรื่องราวโลกทัศน์ของวง โดยเป็นการตีความคำภาษาอังกฤษ “Reverse” ที่แปลว่าการย้อนกลับเสียใหม่ เพื่อสื่อความหมายว่า “โลกใบใหม่จะเปิดขึ้นอีกครั้ง”

ก่อนหน้านี้ EXO ได้สร้างการตอบรับอย่างร้อนแรงผ่านการโปรโมชันอัลบั้มที่หลากหลายตามพื้นฐานโลกทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นภาพทีเซอร์ “สุริยุปราคาเต็มดวง”, คลิป Cinematic Trailer ของ “REVERXE”, การปรากฏตัวของ “กองทัพผ้าคลุมดำ” ใน 4 พื้นที่ของกรุงโซล, “Mystery Quiz” ที่เพิ่มความยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของอัลบั้ม ตลอดจนการเปิดตัวคอนเทนต์ที่ใช้พลังพิเศษของสมาชิกแต่ละคน และ “ต้นไม้แห่งชีวิต” ซึ่งเป็นออบเจกต์หลัก มอบความสนุกในการตีความโลกทัศน์ให้กับแฟนคลับทั่วโลก
นอกจากนี้ ในมิวสิกวิดีโอเพลงไตเติ้ล “Crown” (คราวน์) ที่จะปล่อยออกมาในวันวางจำหน่ายอัลบั้ม จะถ่ายทอดเรื่องราวการกลับมาของราชาอย่างอลังการ และในอัลบั้มเวอร์ชัน “EX-VISION” (เอ็กซ์–วิชัน) ที่มาในรูปแบบพวงกุญแจรูปดิจิทัล จะมีการรวม “Short Novel” (นิยายสั้น) ซึ่งเป็นผลงานการเขียนของนักเขียน “อีฮีจู” เข้าไปด้วย ทำให้คาดว่าแฟนๆ จะสามารถเพลิดเพลินกับโลกทัศน์ของ EXO ที่มีความสมบูรณ์สูงได้ในหลากหลายรูปแบบ

ดนตรีและการแสดงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า EXO จะ “แบกรับภาระของมงกุฎด้วยความยินดี”
อัลบั้มชุดนี้เป็นผลงานใหม่ในรอบ 2 ปี 6 เดือน นับจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 “EXIST” ที่วางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2023 โดยประกอบด้วยเพลงไว้ทั้งหมด 9 เพลง เพลงไตเติ้ล “Crown” มีเนื้อหาที่ดำเนินไปโดยใช้ “มงกุฎ” เป็นโมทีฟตามชื่อเพลง เปรียบเปรยถึงการที่ผู้คนมากมายต่างปรารถนาในตัวตนที่ล้ำค่า และส่งต่อความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องสิ่งนั้นไว้จนถึงที่สุดโดยยอมเดิมพันด้วยทุกสิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง EXO จะแสดงให้เห็นถึงตัวตนที่มั่นคงในฐานะทีมผ่านเพอร์ฟอร์แมนซ์เพลง “Crown” ที่ใส่ความเป็น “SMP Style” ลงไป เพลง “Crown” เป็นเพลงแนว Hard Dance ที่ทำลายขอบเขตของแนวเพลงด้วยการผสมผสานเสียงกลอง Atlanta Trap, กีตาร์ Heavy Metal และ EDM Synth เข้าด้วยกัน โดยประกอบไปด้วยท่าเต้นกลุ่มที่ทรงพลังของสมาชิกทั้ง 8 คนร่วมกับแดนเซอร์ และมีจุดสำคัญที่น่าจับตาคือท่าเต้นที่ดูมีผลกระทบอย่างแรงราวกับการสวมมงกุฎลงบนศีรษะ
นอกจากนี้ เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มของ EXO ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “คลังเพลงคุณภาพ” ก็กำลังถูกจับตามองเช่นกัน ทั้งเพลงฤดูหนาวที่อบอุ่นอย่าง “I’m Home” และเพลงที่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์ดุดันอย่าง “Back It Up” ซึ่งสร้างความฮือฮาจากการเปิดตัวบนเวทีปลายปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีเพลงที่รวบรวมบรรยากาศและเรื่องราวที่หลากหลายอย่าง “Crazy”, “Suffocate”, “Moonlight Shadows”, “Back Pocket”, “Touch & Go” และ “Flatline”

“EXO-L สำคัญที่สุด” ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ในปีนี้กับ EXO
EXO ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพบปะกับแฟนคลับทั่วโลกหลังการคัมแบ๊ก เริ่มจากวันที่ 19 มกราคม เวลา 18:00 น. จะมีการปล่อยเพลงในอัลบั้มทั้งหมด และในเวลา 19:30 น. (ตามเวลาเกาหลี) จะมีการจัดงานอัลบั้มโชว์เคส ณ Grand Peace Hall มหาวิทยาลัยคยองฮี ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านช่อง YouTube และ TikTok ของ EXO โดยจะเปิดตัวเวทีเพลงไตเติ้ล “Crown” เป็นครั้งแรกในงานนี้

ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมป๊อปอัพสโตร์ฉลองการวางจำหน่ายอัลบั้มในชื่อ “REVERXE THE WORLD” ณ The Hyundai Seoul ชั้น B1 เป็นเวลา 8 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม และนอกจากรายการ “Channel Full Moon” กับ “Hal Myung Soo” ที่มีข่าวการถ่ายทำออกไปแล้ว ยังมีคอนเทนต์ YouTube อื่นๆ ที่จะทยอยเปิดตัวตามมา เช่น รายการ “Jeongwaja” ที่จะโชว์เคมีเพื่อนซี้ระหว่าง MC “ไค” และ “เซฮุน”, รายการ “Zip Daesung” ที่มี “ซูโฮ” และ “ไค” เข้าร่วม และรายการ “Minju’s Pink Cabinet” ที่มี “ซูโฮ” และ “ชานยอล” เข้าร่วมด้วย

ในอนาคต EXO มีแผนที่จะเปิดตัวรายการเรียลลิตี้ส่วนตัว “EXO’s Ladder” ซีซั่นใหม่ และจะเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวในเดือนเมษายน เพื่อสื่อสารกับแฟนคลับทั่วโลกต่อไป..



