เมื่อวันที่ 16 ม.ค. โรงแรมอัศวิน แกรนด์ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสื่อมวลชน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ  พร้อมด้วย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง และ นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมกิจกรรม

นายณรงค์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนยินดีตอบทุกคำถาม เพราะมาทำงานให้ประเทศชาติ พร้อมได้รับการตรวจสอบอยู่แล้ว และช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกัน  ถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย  ที่ผ่านมาอาจมีข้อบกพร่องหรือติดขัดอยู่บ้างในการรับรู้หรือความเข้าใจของประชาชน แต่สำนักงาน กกต.พยายามแก้ปัญหาและคิดว่าทั้งสองเรื่องมาในระยะเวลากะทันหัน มีการยุบสภา โดยเฉพาะต้องทำประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง  เรื่องกฎระเบียบกติกามีการเปลี่ยนแปลงหมด แต่ กกต.พยายามทำงานในส่วนของเรา

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงานกำลังเร่งให้ความเข้าใจโดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียง โดยได้กำหนดรูปแบบหน่วยและจะเริ่มทำแบบจำลองเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ แล้วขอให้ประชาชนรับรู้ว่า 1 เสียงของประชาชนมีคุณค่าและความหมายต่อประเทศชาติ ขอให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็งและช่วยกันให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริต เที่ยงธรรม การออกมาใช้สิทธิให้มากจะเป็นการสะท้อนความตื่นตัวทางการเมือง และขอให้รณรงค์ในเรื่องของการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยเฉพาะการซื้อสิทธิขายเสียงหรือหาเสียงโดยผิดกฎหมาย  ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร ทั้งนี้ได้กำชับ ผอ.กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ให้สอดส่องดูแลการเลือกตั้ง มีการตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง จังหวัดละ 6-8 คน และยังมีตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วทั่วประเทศคอยสอดส่องด้วย รวมๆ ครั้งนี้ ใช้จำนวนคนมาดูแลประมาณ 1,500,000 คน 

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีผู้ไปร้องศาลปกครองว่า หน่วยเลือกตั้ง-ประชามติซ้ำซ้อน นั้น ยืนยันว่า การออกแบบหน่วยได้ผ่านการพิจารณาของ กกต.แล้ว ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบแต่สุดท้ายเราก็เลือกตามแบบที่เผยแพร่ คือ จัดหน่วยในบริเวณเดียวกัน ประเด็นคือรับบัตรเลือก สส. เมื่อเลือก สส.เสร็จเดินไปลงประชามติ ซึ่งคิดว่าไม่เกิดความสับสน และเป็นการอำนวยความสะดวก และอีกประเด็นกรณีที่มีการเลือก สส. ล่วงหน้าไปแล้ว และมารอทำประชามติอย่างเดียว เราจะมีช่องทางในการให้ทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.โดยแยกไม่ต้องเดินผ่านตรงที่มีการเลือก สส. คิดว่ามีความชัดเจน และป้องกันการสับสน อีกทั้งเราทำแบบจำลองในการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติแล้ว และจะเริ่มเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น  เชื่อว่า ไม่ได้มีข้อยุ่งยากหรือเกิดความสับสนอะไร

ด้านนายแสวง  บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เห็นตามข่าวแล้วว่ามีการไปฟ้องที่ศาลปกครอง และประชาชนได้มายื่นที่สำนักงานฯ แล้วนั้น ซึ่งรูปแบบการจัดหน่วยออกเสียงประชามติในส่วนของสำนักงานฯ ก่อนที่จะออกแบบหน่วยก็ได้คำนึงถึงหลักกฎหมาย และเจตจำนงในการออกเสียงของประชาชน หลักการแรก เราคำนึงคือการรักษาเจตจำนงของประชาชนในการออกเสียงว่า เขาจะลงคะแนนหมายเลขอะไร หรือถ้าประชามติก็คือเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเป็นไปตามเสียงของประชาชน  หลักการที่ 2 คือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และหลักการที่ 3 การบริหารจัดการให้เกิดความเรียบร้อย นั่นคือสิ่งที่เราได้คำนึงถึงในการออกแบบหน่วยทุกแบบไม่ว่าจะเป็นข้อคิดเห็นที่มายื่นที่ศาลปกครอง หรือมายื่นที่สำนักงานฯ ซึ่งเราพิจารณาทุกรูปแบบมาแล้ว สิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดคือ การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะเราใช้บังคับกฎหมาย 2 ฉบับพร้อมกัน ทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในหน่วยเดียวกันคิดว่าการออกแบบเช่นนี้เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้วยืนยันตามนี้

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากข้อมูลขณะนี้มีการทำลายป้ายหาเสียงทั่วประเทศประมาณ 60 ป้าย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิด และจับกุมบางรายแล้วพบว่าเป็นผู้เสียสติ สำหรับผู้ที่จงใจทำลายป้าย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนอยู่ ทาง กกต.จะได้มีการประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป.