สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า นายมอร์ริส ทิดบอล-บินซ์ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยการประหารชีวิตนอกกระบวนการยุติธรรม การประหารชีวิตโดยสรุป และการประหารชีวิตโดยพลการ แสดงความกังวลว่า การแสดงท่าทีว่าจะ “ยิงให้ตาย” (shoot to kill) ของสหรัฐ อาจเสี่ยงต่อการลดเกณฑ์ของการใช้กำลังถึงชีวิต (lethal force) ของเจ้าหน้าที่
เขากล่าวว่า ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ที่อนุญาตให้มีการพรากชีวิตผู้คน พร้อมย้ำว่า กฎหมายระหว่างประเทศไม่อนุญาตให้รัฐฆ่าผู้คน โดยอ้างอิงเพียงแค่สัญลักษณ์ การรับรู้เกี่ยวกับรูปลักษณ์ของบุคคล หรือข้อกล่าวหาว่ากระทำผิด ทั้งในทะเล ต่างประเทศ หรือในประเทศ และอาจใช้ได้เฉพาะในกรณีที่เป็นทางเลือกสุดท้าย เพื่อปกป้องชีวิตเท่านั้น
A UN rights expert voices alarm at #US signaling of a “shoot-to-kill” posture both extraterritorially, including on the high seas and in #Venezuela, and in law enforcement operations at home.https://t.co/1v6znMD7Hl
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) January 15, 2026
คำกล่าวของทิดบอล-บินซ์ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลวอชิงตัน ส่งกองกำลังทางเรือขนาดใหญ่ไปยังทะเลแคริบเบียน และทำการโจมตีเรือที่อ้างว่าใช้ในการค้ายาเสพติด ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน และดำเนินการปฏิบัติการที่น่าตกใจ เพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา
ทิดบอล-บินซ์ ย้ำว่า การใช้กำลังติดอาวุธอย่างไม่มีเหตุผล ในดินแดนอธิปไตยของรัฐอื่น ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และยังอาจถือเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ นอกจากนั้น การเสียชีวิตที่เกิดจากการกระทำที่รุกราน ถือเป็นการกระทำโดยพลการ ขณะที่การเคารพสิทธิในการมีชีวิต ไม่สามารถแยกออกจากความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



