ศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทีมชาติโมร็อกโก เจ้าภาพ ที่กำลังไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 2 โคจรมาพบกับ เซเนกัล อดีตแชมป์ปี 2021

เกมนี้ทั้ง 2 ทีมสู้กันได้อย่างสูสี และเป็น เซเนกัล ที่เกือบได้ประตูขึ้นนำก่อนในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 เมื่อ อิสไมลา ซาร์ โหม่งซ้ำลูกโขกของ อิดริสซา กานา เกย์ เข้าไปตุงตาข่าย แต่สุดท้ายก็เฮเก้อเพราะผู้ตัดสิน ฌอง-ฌักส์ เอ็มกัมโบ เป่าให้ โมร็อกโก ได้ฟาวล์จากจังหวะที่ เกย์ ไปชน อัชราฟ ฮาคิมี จนร่วงลงไปกองกับพื้นก่อนแล้ว ขณะที่ VAR ก็ไม่สามารถช่วยเช็กได้เพราะเสียงนกหวีดดังขึ้นก่อนที่บอลจะเข้าประตู
จากนั้นในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+8 ก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในสนาม เมื่อนักเตะเซเนกัลไม่พอใจที่ผู้ตัดสิน เอ็มกัมโบ เป่าให้ โมร็อกโก ได้จุดโทษจนทำให้ ปาป เธียว กุนซือของทัพสิงโตแห่งเตรังกา โบกมือให้ลูกทีมประท้วงด้วยการเดินออกจากสนาม โดยมีเพียง ซาดิโอ มาเน ที่ไม่ยอมเดินออก และพยายามเรียกให้เพื่อนร่วมทีมกลับมาลงสนามอีกครั้ง

กระทั่งหลังจากเกมหยุดไปราว 16 นาที บราอีม ดีอาซ จึงได้กลับยิงจุดโทษให้ โมร็อกโก ในนาทีที่ 90+24 ทว่า ปีกจอมพลิ้วจากรีล มาดริด กลับพยายามโชว์เหนือด้วยการชิพบอลสไตล์ปาเนนกาเข้าไปกลางประตู ทว่าผิดคิวเพราะ เอดูอาร์ เมนดี นายทวารของเซเนกัล ไม่ได้ขยับตัว และตั้งซองรับเอาไว้ได้ง่าย ๆ ครบ 90 นาที โมร็อกโก จึงยังเสมอกับ เซเนกัล 0-0
เท่านั้นยังไม่พอในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 114 กลายเป็น เซเนกัล ที่ขึ้นนำก่อน 1-0 จากการตะบันเสียบใต้คานของ ปาป เกย์ และก็กลายเป็นประตูชัยให้ เซเนกัล เฉือน โมร็อกโก ลงได้หวุดหวิด 1-0 ผงาดคว้าแชมป์ “แอฟคอน” ไปครองได้เป็นสมัยที่ 2.
ภาพ AFP, gettyimages



