เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และกรณีเครนก่อสร้างงานตอน 7 โครงการมอเตอร์เวย์ สายเอกชัย-บ้านแพ้ว M82 หล่นใส่รถยนต์บนถนนพระราม 2 ว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม อาทิ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) พร้อมด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), กรมทางหลวง (ทล.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุเบื้องต้นว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร

นายจิระพงศ์ กล่าวต่อว่า แนวทางการเกิดเหตุในเบื้องต้นมี 2-3 ประเด็น แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ฟันธง ขอให้ผู้เชี่ยวชาญได้นำข้อมูลทั้งหมดทั้งจากการลงพื้นที่ และภาพถ่ายไปวิเคราะห์ให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจะสรุปเบื้องต้นตามข้อสั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ที่ต้องมีคำตอบให้สาธารณชนได้รับทราบภายใน 7 วัน ว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นจากสาเหตุใด ทั้งนี้ในวันที่ 22 ม.ค.2569 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ จะประชุมสรุปสาเหตุทางด้านวิศวกรรมในเบื้องต้น และจะรายงานให้ รมว.คมนาคม ทราบ ซึ่งนายพิพัฒน์ จะเป็นผู้แถลงผลสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ในเบื้องต้นต่อสาธารณชน ในวันที่ 23 ม.ค.2569 เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม

นายจิระพงศ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะถึงแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยจะเสนอให้นายพิพัฒน์พิจารณาด้วย อาทิ การปิดการจราจร 100% ในเส้นทางที่มีงานก่อสร้างทางยกระดับอยู่ด้านบน และเพิ่มเงื่อนไขในขอบเขตงาน (TOR) การประมูลโครงการหลังจากนี้ว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น

นายจิระพงศ์ กล่าวด้วยว่า การสอบสวนฯ ภายใน 7 วัน คงยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นใครเป็นผู้กระทำผิด และบกพร่องในส่วนใด เพราะต้องใช้เวลาสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เวลาหลังจากนั้นอีก 45 วัน เพื่อสรุปผลสอบสวนฯ อย่างละเอียด โดยในช่วง 45 วัน จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนฯ ทุก 2 สัปดาห์ ทั้งนี้นายพิพัฒน์ ได้เน้นย้ำว่าให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการฯ ชุดนี้ เป็นอำนาจของหน่วยงาน แต่สามารถนำผลการสอบสวนฯ ไปใช้บอกเลิกสัญญาได้.