นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้สรุปยอดสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยปี 68 มีปริมาณอยู่ที่ 7.9 ล้านตัน สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 7.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 148,204 ล้านบาท ประมาณ 4,515 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยชนิดข้าวที่ไทยส่งออกมากที่สุด คือ ข้าวขาว ที่ปริมาณ 3.62 ล้านตัน คิดเป็น 45.82% ของปริมาณการส่งออกข้าวไทยทั้งหมด ลดลงจากปีก่อน 39.87% รองลงมา ข้าวหอมมะลิไทย 1.76 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.57% ข้าวนึ่ง 1.51 ล้านตัน เพิ่มขึ้น18.90% ข้าวหอมไทย 0.59 ล้านตัน ลดลง 6.35% ข้าวเหนียว 0.33 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10% และข้าวกล้อง 0.09 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 200%
“ปริมาณการส่งออกข้าวไทยทุกชนิดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ยกเว้นข้าวขาวและข้าวหอมไทยที่มีปริมาณส่งออกลดลง จากการแข่งขันสูงทางด้านราคากับผู้ส่งออกสำคัญอย่างเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน”
สำหรับตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญ ได้แก่ อิรัก ปริมาณ 1.00 ล้านตัน ใกล้เคียงกับปีก่อนโดยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.41% รองลงมา ได้แก่ แอฟริกาใต้ 0.88 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.11% สหรัฐอเมริกา 0.82 ล้านตัน ลดลง 3.60% จีน 0.65 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 48.95% และเซเนกัล 0.29 ล้านตัน ลดลง 41.10%
นางอารดา กล่าวว่าในปี 69 คาดการณ์ว่าการส่งออกข้าวไทย จะมีปริมาณ 7 ล้านตัน ซึ่งยังคงเป็นปีที่ท้าทาย โดยสถานการณ์ตลาดข้าวคาดว่ายังคงมีภาวะที่ใกล้เคียงกับปี 68 และมีการแข่งขันสูงด้านราคา ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ตลาดร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดว่าตลาดข้าวโลกยังคงมีการแข่งขันสูงจากปริมาณผลผลิตข้าวโลกที่มากขึ้น ในขณะที่ความต้องการนำเข้าข้าวของคู่ค้าสำคัญ อย่างอินโดนีเซียมีแนวโน้มลดลงอย่างมากจากนโยบายพึ่งพาตนเองด้านอาหาร
นอกจากนี้ การส่งออกข้าวไทยยังอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก การแข็งค่าและความผันผวนของค่าเงินบาท รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่ง อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ผู้นำเข้าข้าวบางประเทศนำเข้าข้าวเพื่อเก็บเป็นสต๊อกสำรองเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารก็อาจเป็นโอกาส
ทั้งนี้ กรมได้เตรียมแผนผลักดันการส่งออกข้าวเพื่อช่วยให้มีคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวไทย โดยจะผนึกกำลังกับภาคเอกชนมุ่งเน้นการรักษาตลาดเดิมและรุกตลาดที่มีศักยภาพ โดยกรมฯ จะจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นกับผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญของไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และแอฟริกาใต้ เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการค้าและเพิ่มโอกาสการส่งออก อีกทั้งจะเจรจาและผลักดันการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับรัฐบาลจีนและรัฐบาลสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดข้าวประณีตในประเทศที่มีศักยภาพ เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งการเดินหน้าประชาสัมพันธ์ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีและความโดดเด่นของข้าวไทย



