เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยถึงภารกิจเคลื่อนย้าย “สีดอแก้ว” จากพื้นที่ตำบลทุ่งมหาเจริญ เข้าสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 21-22 ม.ค.69 ที่ผ่านมานั้น กรมอุทยานฯ ขอชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนและกลุ่มคนรักสัตว์ป่าในประเด็นสำคัญดังนี้
สวัสดิภาพของ “สีดอแก้ว” คือลำดับความสำคัญสูงสุด กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่าการดูแลสวัสดิภาพของสีดอแก้ว สำหรับกรณีการล่ามโซ่ที่ปรากฏในสื่อนั้น เป็นเพียง “ขั้นตอนชั่วคราว” ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อรอให้ช้างฟื้นตัวจากภาวะยาซึมและเพื่อให้ทีมสัตวแพทย์สามารถเข้าตรวจสุขภาพได้อย่างปลอดภัย เมื่อสภาพร่างกายคงที่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปลดโซ่ออกทันที เพื่อปล่อยเข้าสู่คอกปรับพฤติกรรมมาตรฐานวิศวกรรม (พลายไขนุ้ยโมเดล) ซึ่งมีความแข็งแรง ปลอดภัย และมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการพักฟื้นและปรับพฤติกรรม โดยมีทีมสัตวแพทย์และควาญช้างดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ขอความเห็นใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ผู้เดือดร้อน เราเข้าใจดีถึงความรักและความห่วงใยที่ประชาชนมีต่อสีดอแก้ว แต่อยากขอให้เห็นใจพี่น้องประชาชนในตำบลทุ่งมหาเจริญด้วยเช่นกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา สีดอแก้ว ถูกเคลื่อนย้ายกลับเข้าป่าไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง ทุกครั้งจะหลบหนีกลับเข้ามาหากินในพื้นที่ชุมชนมาโดยตลอด ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงและความหวาดระแวง เนื่องจากสีดอแก้วมีความฉลาดสูงและมีพฤติกรรมหากินในพื้นที่ชุมชน มักเข้าหาชุมชนเพื่อหาอาหาร ทำลายทรัพย์สิน ยุ้งฉางจนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบที่เป็นอันตราย การเคลื่อนย้ายครั้งนี้จึงไม่ใช่การกักขัง แต่คือการปกป้องทุกชีวิต เพื่อลดการเผชิญหน้าและป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียต่อทั้งชีวิตคนและตัวช้างเอง

เจ้าหน้าที่อาสาชุดเฝ้าระวังฯทำงานหนักเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เบื้องหลังภารกิจคือการทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่และอาสาชุดเฝ้าระวังฯ ที่ต้องทำงานหนักท่ามกลางความเสี่ยงสูงตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องทุกวัน ความเหนื่อยยากของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับช้างป่า มีเป้าหมายเดียวคือการยับยั้งความสูญเสีย ซึ่งผลจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถิติความเสียหายและการเสียชีวิตของทั้งคนและสัตว์ป่าลดลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต/บาดเจ็บ จากช้างป่าตั้งแต่ปี 2555-ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิต 274 ราย บาดเจ็บ 252 ราย และมีช้างป่าตาย 260 ตัว บาดเจ็บ 95 ตัว (ปี 2555-ปัจจุบัน) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 16 ราย ช้างป่าตาย 16 ตัว บาดเจ็บ จำนวน 8 ตัว

เป้าหมายสุดท้ายคือการคืน “สีดอแก้ว” สู่ป่าที่สมบูรณ์ กรมอุทยานฯ ไม่ได้มุ่งหวังจะเลี้ยงสีดอแก้วไว้ในศูนย์ฯตลอดชีวิต แต่คือการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสัญชาตญาณสัตว์ป่าตามหลักวิชาการ หากการประเมินสุขภาพและพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เราพร้อมที่จะส่งสีดอแก้วกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติในพื้นที่ป่าลึกที่ปลอดภัยและห่างไกลจากชุมชน



