เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 69 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคกล้าธรรมในกรุงเทพมหานคร ว่า เชื่อว่าการทำงานหนักของพรรคและการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผู้สมัคร สส. สามารถนำนโยบายที่เหมาะสมไปสู่ประชาชนได้ ซึ่งในพื้นที่ กทม. ประชาชนมีความหลากหลาย และพรรคกล้าธรรมถือเป็นพรรคน้องใหม่ ก็อาจมีต้นทุนน้อยเมื่อเทียบกับพรรคอื่นที่ทำงานมานานกว่า แต่เชื่อว่าการได้มีโอกาสลงพื้นที่ นำเสนอนโยบายก็น่าจะพอทำให้คนกรุงเทพฯ หันมาให้ความสนใจพรรคกล้าธรรมกันมากขึ้น ส่วนจะได้จำนวนที่นั่ง สส. ว่ามากน้อยแค่ไหน ก็คงต้องมาประเมินกันอีกครั้งในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง

“แต่จากการลงพื้นที่และจัดเวทีปราศรัยในภูมิภาคต่างๆ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรค ไปขึ้นเวทีปราศรัยก็จะมีประชาชนเข้ามาร่วมฟังหลายหมื่นคน โดยในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ร.อ.ธรรมนัส จะไปขึ้นเวทีที่ จ.ตาก ส่วนวันที่ 24 ม.ค. ไปที่ จ.เชียงราย วันที่25 ม.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 26 ม.ค. ที่ จ.ลำปาง และช่วงต้นเดือน ก.พ. โค้งสุดท้าย จะลงพื้นที่ภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนในพื้นที่ กทม. หากมีเวลาว่างหลังจากภารกิจทางราชการ ร.อ.ธรรมนัส ก็อาจจะลงพื้นที่ด้วย” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ กทม. คิดว่าจะมีพรรคใดแลนด์สไลด์หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสนใจพรรคใดเป็นพิเศษ อย่างที่บอกว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคน้องใหม่ ด้วยความเปิดกว้างของคนกรุงเทพฯ ก็ขึ้นอยู่กับการทำงานของผู้สมัครว่ามีความเข้มข้นมากแค่ไหน แต่ตนเชื่อในความจริงจังของผู้สมัคร และเราแข่งกับตัวเราเอง นี่เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ฉะนั้น ทุกที่นั่งที่ได้มาถือเป็นเมล็ดพันธุ์ เป็นต้นทุน ซึ่งทุกพรรคก็พยายามนำเสนอนโยบายและต้องการเข้าไปดูแลประชาชน หลายพรรคก็มีความน่าสนใจ จึงเชื่อว่า ไม่น่ามีพรรคใดที่จะแลนด์สไลด์ในกรุงเทพฯ