วันนี้เดลินิวส์ ได้นำบทความ ผศ.พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์  กล่าวว่า ทุกวันนี้ ระดับมลภาวะในอากาศสูงขึ้น ส่งผลให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบเรื้อรัง ติดเชื้อง่าย และมีอาการของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่รุนแรงขึ้น เพิ่มโอกาสในการป่วยเป็นโรคไซนัสอักเสบมากขึ้นที่สำคัญ บางคนที่ไม่เป็นภูมิแพ้ก็อาจมีจมูกและไซนัสอักเสบ เหมือนคนที่เป็นภูมิแพ้ได้เช่นกัน

อาการหลายอย่างของไซนัสอักเสบ มักแยกยากจากโรคภูมิแพ้ เช่น คัดจมูก มีน้ำมูกเรื้อรัง ซึ่งไม่จำเป็นต้องน้ำมูกเขียว หรืออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำมูกลงคอ ได้กลิ่นลดลง จมูกไม่ได้กลิ่น ได้กลิ่นเหม็นในจมูก รวมถึง หลายคนอาจมีอาการปวดศีรษะและใบหน้าร่วมด้วย ซึ่งตำแหน่งที่ปวดมีได้หลายที่ มักสับสนกับโรคอื่นๆ เช่น บางคนปวดที่แก้ม มักสับสนกับปวดฟัน และปวดกระบอกตา มักสับสนกับโรคไมเกรน เป็นต้น

โรคไซนัสอักเสบมีหลายชนิด บางชนิด รับประทานยาฆ่าเชื้อ สามารถหายได้ แต่บางชนิด ควรรักษาด้วยการผ่าตัด เป็นหลัก เช่น ไซนัสอักเสบแบบก้อนเชื้อรา อาจเป็นที่ maxillary sinus ซึ่งอยู่ข้างแก้ม หรือ sphenoid sinus ซึ่งอยู่บริเวณฐานกะโหลกศีรษะ ผู้ป่วยกลุ่มนี้บางรายไม่มีอาการ บางรายมีอาการปวดศีรษะ แต่ไม่มีคัดจมูกหรือน้ำมูก และเมื่อมาตรวจด้วยการส่องกล้องตรวจโพรงจมูกอาจไม่พบความผิดปกติ มักวินิจฉัยได้โดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) พบว่ามีก้อนเชื้อราอยู่ในโพรงไซนัส เมื่อรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง เปิดโพรงไซนัส นำก้อนเชื้อราออก และล้างโพรงไซนัสนั้นให้สะอาดจะสามารถหายได้

ไซนัสอักเสบชนิดมีริดสีดวงจมูก มักส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเราระยะยาว หลายคนมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่นเรื้อรัง และโรคหอบหืดรุนแรง ควบคุมด้วยยาหอบหืดอย่างดีแล้ว ก็ยังมีอาการกำเริบบ่อย เมื่อมาส่องกล้องตรวจโพรงจมูก จึงพบว่า มีริดสีดวงจมูก ลักษณะเป็นก้อนบวมๆใสๆ อยู่ในจมูก เมื่อรักษาโรคไซนัสอักเสบให้อาการดี มักมีอาการของโรคหอบหืดดีขึ้นด้วย

การรักษาไม่ใช่แค่การผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกเฉยๆ หรือแค่การทำให้จมูกโล่งเพื่อจะได้หายใจออก เนื่องจากมันไม่ใช่ก้อนเนื้องอกที่มาตันจมูก มันคือการอักเสบเรื้อรังที่ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกและไซนัสบวมเป็นก้อนขึ้นมา การรักษาจึงต้องใช้ทั้งยา และการผ่าตัด ร่วมกัน

โดยการผ่าตัดริดสีดวงจมูกนั้น จำเป็นต้องทำอย่างเหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยไป เพราะถ้าตัดทุกอย่างในจมูกออกหมดจนไม่เหลืออะไรเลย อาจดูเหมือนโล่ง แต่ผู้ป่วยกลับมีอาการคัดจมูกหนักกว่าเดิม ขณะที่หากเปิดไซนัสไม่กว้างพอ และเหลือตัวโรคอยู่เยอะเกินไป อาจทำให้ควบคุมโรคได้ไม่ดี จำเป็นต้องเปิดโพรงไซนัสให้กว้างทั้งสองข้าง และเหลือโครงสร้างที่สำคัญเอาไว้ หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะสามารถล้างน้ำเกลือ และยาที่ผสมในน้ำเกลือเข้าถึงเยื่อบุโพรงไซนัสข้างในได้ดีขึ้น ทำให้ควบคุมโรคได้ดีขึ้น ลดการกลับเป็นซ้ำของตัวโรค การได้กลิ่นจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ และโรคหอบหืดจะกำเริบน้อยลงอีกด้วย

จมูกและไซนัสเป็นประตูบานแรกของอากาศ ที่จะเข้าสู่ทางเดินหายใจ เมื่อมีไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะนำไปสู่การอักเสบของทางเดินหายใจทั้งระบบ ตั้งแต่ช่องคอ หลอดลม และปอด การดูแลรักษาโพรงจมูกและไซนัส ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสุขภาพที่ดีของลมหายใจทั้งระบบ เริ่มต้นที่โพรงจมูกและไซนัสของเรานี่เอง