ถัดมาอีก 2 ปี “เพชรบุรี” ได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์สาขาอาหารด้วยอีกแห่ง ปี พ.ศ. 2564 จากนั้นในปี พ.ศ. 2566 “เชียงราย” ก็เข้าวินในสาขาการออกแบบ พร้อมกับ “สุพรรณบุรี” ที่เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จนมาถึงล่าสุดในปี พ.ศ.2568 “สงขลา” ก็ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์สาขาอาหารอีกแห่ง พร้อมกับ “น่าน” ที่มาในสาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน
ทั้งที่ไทยมีเมืองสร้างสรรค์ถึง 9 แห่ง และกำลังมีความพยายามในการผลักดัน “พัทยา” ให้ขึ้นแท่นเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้วยอีกแห่งในสาขาภาพยนตร์ แต่ความรับรู้ของผู้คนไม่ว่าจะในแต่ละพื้นที่เอง หรือคนภายนอกกลับสวนทางกับจำนวนที่เพิ่มขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำโครงการเส้นทาง “UNESCO Creative Cities Thailand” ขึ้น


นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นการเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณมาเป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยใช้แนวคิด “ค้นพบความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญา” เพื่อสร้างคุณค่าร่วมระหว่างนักท่องเที่ยวและชุมชน ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น จากเช้าไปเย็นกลับเมื่อมีกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในช่วงค่ำ ก็จะเป็นการดึงให้นักท่องเที่ยวอยู่พักค้าง อย่างสุพรรณบุรีและเพชรบุรี ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้ยังส่วนต่าง ๆ ของท้องถิ่นมากขึ้น
“วัตถุประสงค์หลักคือ การสร้างการรับรู้ ให้คนไทยและนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าเมืองสร้างสรรค์คืออะไร และมีสาขาใดบ้าง โดยเน้นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยไม่ต้องลงทุนก่อสร้างใหม่ แต่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมมาสร้างมูลค่า ซึ่งจะเป็นการสร้างความภูมิใจในท้องถิ่น กระตุ้นให้คนในพื้นที่เกิดความหวงแหนและต้องการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น โดยคัดเลือก 3 เส้นทางนำร่อง จากเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและซ้ำกันน้อยที่สุด มาจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อดึงดูดให้เกิดการเดินทางและพักค้างมากขึ้น”


สำหรับกิจกรรมในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ “สุโขทัย” นำเสนออัตลักษณ์งานหัตถกรรม อาทิ เครื่องสังคโลก ทองสุโขทัย เครื่องเงิน และผ้าทอสุโขทัย พร้อมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วม ได้แก่ เวิร์กช็อปทำพวงกุญแจจากเศษผ้าทอ การวาดหน้าคุกกี้ลายสังคโลก การวาดลายจานสังคโลก เพื่อเพิ่มเวลาการพำนักในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการเดินแบบผ้าและทองสุโขทัย การชิมอาหารท้องถิ่น และการนำเสนออาหารถิ่นในรูปแบบ Chef’s Table กำหนดจัดวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
“สุพรรณบุรี” นำเสนอเรื่องราวและความหลากหลายทางดนตรี เน้นรากเหง้าทางดนตรีตั้งแต่เพลงพื้นบ้าน เพลงฉ่อย ลิเก ไปจนถึงเพลงลูกทุ่ง จากศิลปินพื้นบ้านจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่ต่อยอดสู่ดนตรีร่วมสมัย ควบคู่กิจกรรมชิมอาหารท้องถิ่นและเวิร์กช็อป และกิจกรรมแสดงดนตรีตามลานพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน กำหนดจัดวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569
และ “เพชรบุรี” ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารพื้นถิ่นที่มีรากฐานจาก 3 รสหลัก ได้แก่ รสเค็มจากเกลือสมุทร รสหวานจากน้ำตาลโตนด และรสเปรี้ยวจากมะนาวแป้น ผสมผสานกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด พร้อมกิจกรรมชิมอาหารท้องถิ่นและเวิร์กช็อป พร้อมส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวชมนาเกลือและการทำน้ำตาลโตนด กำหนดจัดวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569


สำหรับอีก 6 จังหวัดแม้จะไม่มีการจัดกิจกรรมพิเศษ แต่จะมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวตามธีมที่แต่ละจังหวัดได้รับในแต่ละสาขา
“เชียงใหม่” เดินเข้าสู่ Kalm Village พื้นที่แบ่งปันความรู้และแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะ หัตถกรรม และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในรูปแบบใหม่ ปักหมุด บ้านข้างวัด แล้วไปเดินช้อปสินค้าท้องถิ่นและงานศิลปะ แวะเวิร์กชอปที่สตูดิโองานคราฟต์ ตรงไป วัดศรีสุพรรณ ชมอุโบสถเงินหลังแรกของโลกที่ตั้งอยู่กลางชุมชนสล่าเครื่องเงิน ที่ยังคงมีเสียงเคาะตีขันใบใหญ่ดังแว่ว ชมงานคราฟต์ ช้อปงานหัตถกรรม ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของ โหล่งฮิมคาว ชุมชนศิลปินริมน้ำแม่คาว แวะเวียนไป MAIIAM Contemporary Art Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่นำเสนอผลงานร่วมสมัยหมุนเวียนให้ชม กลับมาเดินลัดเลาะ ตลาดวโรรส ไปด้านหลัง แหล่งจำหน่ายงานฝีมือชาวเขาราคาประหยัด ยังมีเวลาเหลือออกไป หมู่บ้านหัตถกรรมร่มบ่อสร้าง งานหัตถกรรมคู่เมืองเชียงใหม่


“เชียงราย” ชื่นชมความงดงามของโบสถ์สีน้ำเงินแห่ง วัดร่องเสือเต้น ผลงานของสล่านก ศิลปินท้องถิ่นศิษย์อาจารย์เฉลิมชัย สัมผัสวิถีไทยยองล้านนาที่ บ้านสันทางหลวง ชุมชนเล็กๆ ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกาย และภาษา เยือน พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยเชียงราย พื้นที่ศิลปะของเชียงราย ก่อตั้งโดยอาจารย์เฉลิมชัย เชื่อมผู้คน ศิลปิน และศิลปะเข้าด้วยกัน เยือนดินแดนแห่งศิลปะเครื่องปั้นดินเผาที่เริ่มจากผืนดินว่างเปล่า ดอยดินแดง ของอาจารย์สมลักษณ์ ลงมือรังสรรค์งานฝีมือชิ้นเดียวในโลกกับ ควายดินดากอาร์ตเฮ้าส์ ขึ้น ดอยวาวี หรือแวะ ไร่ชาฉุยฟง แล้วค่อย ๆ เดินแทรกตัวไปตามช่องว่างระหว่างแนวต้นชาที่ลดหลั่นตามไหล่เขา
“น่าน” เยือน ชุมชนบ่อสวก แหล่งโบราณคดีเตาเผา เครื่องปั้นโบราณ ศิลปะพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น สักการะหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริงของพระครูพุทธมนต์โชติ เกจิชื่อดังแห่ง วัดศรีบุญเรือง แล้วให้ป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยสอนทาสีหัวเรือแข่งจำลอง ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามและภาพจิตรกรรมชื่อดัง ณ วัดภูมินทร์ สืบสานภูมิปัญญาการทำโคมเงี้ยว หรือโคมหม่าเต้าที่ บ้านโคมคำ เรียนรู้วัฒนธรรมชาวเขาเผ่าเย้าผ่านเครื่องประดับเงินที่ พิพิธภัณฑ์ดอยซิลเวอร์ พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินในหุบเขาเมืองปัว หาซื้อผ้าทอไทลื้อเมืองน่านสักผืนที่ กลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต ผู้สร้างสรรค์ผ้าทอตามแบบภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ ก่อนกลับอย่าลืมแวะชิมโกโก้รสเข้มที่ โกโก้วัลเล่ย์ ฟาร์มโกโก้ที่เปิดบริการให้เข้าชมฟรี


“ภูเก็ต” ย้อนเวลาไปกับรสมือสูตรโบราณของอี๋ในครัวบ้าน ๆ ที่ กินกับอี๋ กับเอกลักษณ์แม่ครัวเอกในชุดกระโจมอก ตามหาต้นกำเนิดรสชาติจากทะเลอันดามันไปกับ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าฉัตรชัย ประมงพื้นบ้านที่ยังคงวิถีดั้งเดิม ลิ้มลองอาหารเจที่ร้าน ดอกบัว ร้านอาหารเจหนึ่งในผู้สืบทอดประเพณีถือศีลกินผักของชาวภูเก็ต ต่อด้วย ลกเที้ยน กับเมนูอาหารถิ่นสืบทอดมายาวนาน แล้วไปตามหา ขนมอังกู๊ ขนมมงคลพื้นเมืองภูเก็ตรูปทรงคล้ายเต่าที่สื่อถึงอายุยืนยาวและความโชคดี จากนั้นไปชิมขนมพื้นเมืองที่ถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่ทั้งอาโป้ง เต้าส้อ โอ้เอ๋ว บีโกหมอย ในรูปแบบไอศครีมโฮมเมดของ Torry’s Ice Cream
“สงขลา” เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองสงขลา ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีโหนด–นา–เล สัมผัสวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงอย่างกลมกลืนกับทะเล ทุ่งนา และสวนตาลโตนด ไปดูวิธีทำ ไข่ครอบ ภูมิปัญญาท้องถิ่นถนอมไข่แดงที่เหลือจากการใช้ไข่ขาวมาย้อมอวน มาปรุงรสด้วยเกลือ แล้วนำไปนึ่งจนสุก แวะ Lyn’s The Shanghai Cafe สัมผัสรสชาติของดีเมืองเก่าในสไตล์สร้างสรรค์ ที่รวมวัตถุดิบพื้นถิ่นสงขลาไว้ในจานเดียว ห้ามพลาด โชคดีแต่เตี้ยม ร้านติ่มซำระดับตำนานของเมืองหาดใหญ่ แล้วไป แต้เฮี้ยงอิ้ว ร้านอาหารเก่าแก่ที่ยังคงสร้างสรรค์ของอร่อยบนถนนนางงาม กับเมนูอาหารทะเลสไตล์แต้จิ๋ว
และกรุงเทพฯ กับงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ Bangkok Design Week 2026 เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพ 2569 ที่มีหมุดหมายหลักอยู่ที่ย่านเก่ากับเรื่องเล่าใหม่ที่ล้วนกำลังเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ทั้งย่านเจริญกรุงต่อเนื่องไปตลาดน้อย ทรงวาด เยาวราช ฝั่งพระนครที่มีเสาชิงช้าเป็นจุดศูนย์กลาง ใกล้กันอย่างย่านบางลำพูและถนนข้าวสาร เลยไปถึงปากคลองตลาด ตั้งแต่ 29 ม.ค.-8 ก.พ. 2569
ร่วมออกเดินทางค้นหาความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญา (Moment of Miracle) สร้างความสุขแห่งความทรงจำ (Moment of Memories) และการเดินทางที่คืนคุณค่าให้ตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม (Moment of Giving) ตามเส้นทาง UNESCO Creative Cities เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของไทย ติดตามความเคลื่อนไหวททางเฟสบุ๊คแฟนเพจ : UNESCO Creative Cities Thailand



