เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตอบโต้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน บนเวทีปราศรัย ว่าขอให้พรรคประชาชนประกาศนโยบาย 100 วันแรก ว่าจะยกเลิกพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขที่อยู่ในชั้น สว. และครม.จะเสนอร่างใหม่ที่รวม 112 เข้าสภาทันที ทำได้หรือไม่ ว่าเราสามารถเดินหน้าได้ อาจจะไม่จำเป็นต้องยกเลิกฉบับเดิม เรายืนยันมาโดยตลอดว่าการนิรโทษกรรม โดยเฉพาะคนที่ถูกดําเนินคดีความเห็นต่างทางการเมือง ไม่สมควรจะเลือกปฏิบัติให้บางกลุ่มหรือเลือกไม่นิรโทษบางกลุ่ม ตราบใดที่เรามีการเลือกปฏิบัติอยู่ก็ไม่สามารถสร้างความเป็นธรรม และหาทางออกให้กับสังคมได้
เมื่อถามว่า เวทีปราศรัยใหญ่หลายพรรคการเมืองก่อนหน้านี้ เหมือนพรรคประชาชนตกเป็นเป้าเรื่องของวาทกรรมอย่างรุนแรง เช่น การโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี กังวลว่าผู้สนับสนุนจะคล้อยตามหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เคยอธิบายไปหลายครั้งแล้ว ว่าการโหวตให้นายอนุทิน เป็นไปตามเงื่อนไข เอ็มโอเอ เรามองว่าเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นกุญแจสําคัญ ปลดล็อกการเมืองไทยให้ออกจากอดีต ซึ่งเราจะเห็นว่าการกระทําที่ผ่านมา นํามาซึ่งบัตร 3 ใบในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากชวนให้ทุกคนมองย้อนกลับไป เลือกตั้งปี 2566 แทบทุกพรรค สื่อสารมาโดยตลอดว่าอยากจะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เกิดอะไรขึ้นเลย แต่ภายหลังที่เราได้ตัดสินใจตามเอ็มโอเอ อย่างน้อยการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากประชาชนจะได้ตัดสินอนาคตของประเทศผ่านบัตร 2 ใบที่เลือกพรรคการเมืองแล้วอีก 1 บัตร คือ การเห็นชอบกับการจัดทําประชามติ เพื่อเดินหน้าต่อไปด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีนักวิเคราะห์มองว่าพรรคประชาชนไม่มีประสบการณ์มากพอ ไม่ควรมาบริหารประเทศ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเรื่องการสร้างทางออกของประเทศอยู่ที่อายุการทํางานการเมืองเป็นหลัก ก็ลองดูพรรคอื่น เอาอายุเปรียบเทียบกับการทำงาน ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคเราเองประกอบด้วยคนทุกรุ่น ทั้งเด็ก ทั้งคนที่มีประสบการณ์ การที่เราไม่มีประสบการณ์ในอดีตเกี่ยวข้องกับการเมืองสีเทา น่าจะเป็นจุดแข็งที่ดีที่สุด ทำให้เราสามารถเอาเรื่องสีเทาออกจากการเมืองและระบบราชการได้ เรายังมีนโยบายที่พร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่น เรามีทีมบริหารมืออาชีพ ที่มีทีมงานมีเจตจำนงเป็นตัวนำ สิ่งสําคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง คือ พวกเราไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องสีเทาในอดีต.



