กรณีการระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ของประเทศอินเดีย ซึ่งรุนแรงกว่าโควิด-19 และตอนนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 5 รายและยังมีการกักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดอีกกว่า 180 คน โดยสามารถติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลาย

กรมอุทยานฯ เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” หลังพบระบาดอินเดีย ย้ำมาตรการป้องกันตนเองจากค้างคาว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบริเวณในซอยพัทยานาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งใกล้ชุมชนมีผู้อาศัยจำนวนมาก พบว่ามีฝูงค้างคาวแม่ไก่จำนวนมาก เข้ามาอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ เกรงว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อโรคแพร่กระจาย โดยเฉพาะหลังมีข่าวไวรัสนิปาห์ระบาด จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่ามีค้างคาวแม่ไก่นับพันตัว เกาะแน่นอยู่บนต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็น บริเวณพื้นถนนด้านล่าง เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลจากค้างคาว โดยฝูงค้างคาวเหล่านี้มาอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปีแล้ว เจ้าของพื้นที่เคยพยายามตัดต้นไม้เพื่อไล่ แต่เมื่อกิ่งไม้กลับมาแตกใหม่ ค้างคาวก็กลับมาเกาะซ้ำอีก

นางประสงค์ คงปางดี ชาวบ้าน กล่าวว่า รู้สึกกลัว ทำไปนานๆ ก็กลัวจะติดโรคเหมือนกัน อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูพื้นที่ในซอยนี้เพื่อให้ค้างคาวย้ายที่อยู่ กลัวว่าหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพ โดยเฉพาะหลังมีข่าวไวรัสนิปาห์ ระบาดและมีการติดเชื้อจากค้างคาว