“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า กรมการขนส่งทางราง(ขร.) ได้หารือสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรื่องรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 668 กม. ที่กระทรวงคมนาคม(ประเทศไทย) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาระบบรางระหว่างไทย-ญี่ปุ่นโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ(เฟส) แรกกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 380 และเฟส2พิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง 288 กม.

เนื่องจาก EIA ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (กก.วล.) เกิน 5 ปีแล้ว โดยช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก แจ้งเห็นชอบ 8 ส.ค. 2560 ขณะที่ช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่ แจ้งเห็นชอบวันที่ 2 ส.ค. 2561 ปกติEIAมีอายุ 5 ปี หากพ้นกำหนดต้องทบทวนมาตรการเสนอกก.วล. พิจารณาอีกครั้ง
ทางสผ.ให้ความเห็นว่า EIA ไม่หมดอายุ เนื่องจากโครงการใช้แนวเส้นทางช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-สถานีอยุธยา ร่วมกับโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีนเฟส1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ที่กำลังก่อสร้าง โดยใช้โครงสร้างยกระดับร่วมกันมี 4 ทางวิ่งสายเหนือ 2 ทางและสายอีสาน2ทางแต่หากเริ่มก่อสร้างต้องหารือรายละเอียดเรื่องระบบสัญญาณว่าต้องติดตั้งเป็น2ระบบหรือไม่


ในการดำเนินโครงการต้องรอนโยบายรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง โดยก่อนหน้านี้สมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลนายสุริยะ จึงุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคมให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เพื่อเร่งรัดรถไฟไฮสปีดไทยจีนทั้ง 2 เฟสก่อน เนื่องจากรัฐบาลมีภาระงบประมาณ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นยังไม่พร้อมร่วมลงทุนตามข้อเสนอประเทศไทยแต่ยินดีสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีระบบชิงกันเซ็ง

สำหรับผลการศึกษาขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) เมื่อปี 2560 โครงการมีวงเงิน ลงทุนประมาณ 276,226 ล้านบาท ปี2564 ได้ทบทวนผลการศึกษาปรับลดวงเงิน14,472 ล้านบาท รวมเป็น261,754 ล้านบาท มี 12 สถานี ได้แก่สถานีกลางฯ สถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีลพบุรี สถานีนครสวรรค์ สถานีพิจิตร สถานีพิษณุโลก สถานีสุโขทัย สถานีศรีสัชนาลัย สถานีลำปาง สถานีลำพูน และสถานีเชียงใหม่
_



