เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง ว่า ที่วัดเขาอ้อ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ศิษยานุศิษย์และองค์กรต่างๆ อาทิ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และอำเภอควนขนุน ได้ร่วมกันจัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในเดือน 3 ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงคุณความดีของอดีตบูรพาจารย์ และทำบุญอุทิศให้กับบูรพาจารย์แห่งสำนักเขาอ้อ ทั้งสายพุทธและสายพราหมณ์ ผู้สืบทอดวิชาโบราณของวัดเขาอ้อในฐานะ “สำนักตักศิลา” ที่เหลือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 มกราคม 2569 เพื่อเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุง
ทั้งนี้ วันที่ 26 มกราคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน “ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ” ได้มีการประกอบพิธีกินข้าวเหนียวดำ ซึ่งผ่านการปลุกเสกตามพิธีกรรมไสยศาสตร์โบราณ โดยพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ มีศิษยานุศิษย์จากทั้งในจังหวัดพัทลุงและต่างจังหวัดเดินทางมาร่วมงานเกือบ 1,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชายที่ลงทะเบียนร่วมพิธีกินข้าวเหนียวดำเกือบ 500 คน ตามความเชื่อว่าจะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี
ส่วนผู้ที่เหลือลงทะเบียนรับข้าวเหนียวดำเพื่อนำไปรับประทานที่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

สำหรับพิธีหุงข้าวเหนียวดำนั้น ได้นำเครื่องยาสมุนไพรหรือว่านชนิดต่างๆ ไม่น้อยกว่า 108 ชนิด มาผสมและต้มเป็นน้ำยาว่าน เพื่อนำมาใช้หุงข้าวเหนียวดำ โดยการประกอบพิธีภายในอุโบสถ หม้อและไม้ฟืนทุกชิ้นจะต้องลงอักขระเลขยันต์กำกับ พระอาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะเริ่มปลุกเสกตั้งแต่จุดไฟ จนกระทั่งข้าวเหนียวสุก จากนั้นนำข้าวเหนียวไปประกอบพิธีปลุกเสกอีกครั้งจนแล้วเสร็จ
ในปีนี้มีพระปลัดวิเชียร สีลโชโต เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ และอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสจอมอาคมแห่งสำนักเขาอ้อ เป็นผู้ประกอบพิธี
สำหรับพิธีกินข้าวเหนียวดำ จะกระทำภายในอุโบสถ เมื่อถึงเวลาฤกษ์ ศิษยานุศิษย์จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่สวมเสื้อ แล้วเข้าไปกราบพระอาจารย์ผู้ประกอบพิธี 3 ครั้ง จากนั้นพระอาจารย์จะให้นั่งชันเข่าบนหนังเสือ เท้าทั้งสองเหยียบบนเหล็กกล้าหรือเหล็กเพชร คลุมศีรษะด้วยหนังหมี มือทั้งสองวางบนหลังเท้าของตนเอง
พระอาจารย์จะใช้มือซ้ายกดมือศิษย์ไว้ พร้อมภาวนาพระคาถา ส่วนมือขวาปั้นข้าวเหนียวดำเป็นก้อน ป้อนให้ศิษย์ครั้งละ 1 ก้อน เมื่อปล่อยมือที่กดไว้ มือทั้งสองของศิษย์จะลูบขึ้นตั้งแต่หลังเท้าจนทั่วลำตัว จดใบหน้า ซึ่งเรียกว่า “การปลุก” จากนั้นลูบลงแล้วนำมือกลับไปวางบนหลังเท้าเช่นเดิม

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าพิธีมาก่อน อาจกลืนข้าวเหนียวดำได้ลำบาก เนื่องจากมีรสขมมาก บางรายถึงกับอาเจียนเมื่อรับประทานครั้งแรก แต่หากสามารถกลืนก้อนแรกได้ ก้อนต่อไปจะไม่มีปัญหา โดยพระอาจารย์จะป้อนจนครบ 3 ก้อน ในแต่ละครั้งจะมีการลูบขึ้นลูบลงเช่นเดียวกัน
ส่วนครั้งที่ 3 เมื่อศิษย์รับประทานข้าวเหนียวดำหมดแล้ว พระอาจารย์จะใช้มือซ้ายกดมือศิษย์ไว้ หัวแม่มือขวาสะกดสะดือ ทำทักษิณาวัตร 3 รอบ พร้อมภาวนาพระคาถา เป็นการผูกอาคม
ทั้งนี้ มีความเชื่อกันว่า ผู้ที่กินข้าวเหนียวดำครบ 3 ครั้ง จะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี เป็นมหานิยม และยังเชื่อว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอวได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน สุภาพสตรีที่ศรัทธาในพิธีกรรมไสยศาสตร์โบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเชื่อว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ ต่างลงทะเบียนซื้อบัตรคิวรับข้าวเหนียวดำจากหน้าต่างพระอุโบสถเป็นจำนวนมาก



