ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ ตันติดำรงกุล (นายกมิ้น) นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองสมุทรสงครามหลังเดิม พร้อมก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่อีก 2 หลังว่า ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 45,750,000 บาท ทั้งนี้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร เพิ่มความสะดวกในการให้บริการประชาชน และพัฒนาภาพลักษณ์องค์กรให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่

สำหรับงบประมาณดังกล่าว แยกเป็นการปรับปรุงอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองฯ หลังเดิม จำนวน 12,000,000 บาท และการรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อก่อสร้างใหม่รวมกับโครงสร้างเดิมอีก 2 หลัง จำนวน 33,750,000 บาท ยังไม่รวมงบประมาณงานรื้อถอนและครุภัณฑ์ของอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรืออาคารดับเพลิงที่อยู่ด้านข้าง วงเงิน 9,680,000 บาท และอาคารกองการศึกษาที่อยู่ด้านหลัง วงเงิน 24,070,000 บาท ทั้งนี้ โครงการยังมีแผนเพิ่มพื้นที่จอดรถ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและความแออัดสำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ

นายอานนท์ กล่าวว่า อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองฯ หลังเดิมและห้องประชุมสภา ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น มีสภาพเสื่อมโทรมตามอายุการใช้งาน ไม่สามารถรองรับภารกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับการทำงานในปัจจุบัน รวมถึงพัฒนาห้องประชุมสภาให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ อาคารหลังเดิมสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2520 ในยุคสถาปัตยกรรมโมเดิร์น และถือเป็น “Modern Heritage” หรือมรดกสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นที่มีอายุกว่า 50 ปี แนวคิดการปรับปรุงจึงมุ่งเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์คุณค่าอาคารเดิม ควบคู่กับการต่อยอดสู่ความร่วมสมัย โดยนำอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามมาใช้เป็นแรงบันดาลใจ ทั้งการเลือกใช้โทนสีและลวดลายกราฟิก อาทิ สีน้ำเงินจากปลาทูแม่กลองและแม่น้ำแม่กลอง สีเทาจากดอนหอยหลอด สีเขียวจากป่าชายเลน และสีขาวนวลจากเกลือสมุทร รวมถึงสัญลักษณ์เมืองสามน้ำ ดอกจิกทะเล และวิถีชุมชนท้องถิ่น ในส่วนของอาคารดับเพลิง จะรื้อและก่อสร้างใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น รองรับภารกิจด้านความปลอดภัย ขณะที่อาคารกองการศึกษาจะพัฒนาเป็นศูนย์รวมหน่วยงานด้านการบริหารบุคลากร ยุทธศาสตร์ และการศึกษา รวมถึงห้องประชุมขนาดต่าง ๆ เพื่อรองรับกิจกรรมของเทศบาล

อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจมีการปรับเปลี่ยนงบประมาณตามความเหมาะสม โดยจะเสนอขออนุมัติงบประมาณต่อสภาเทศบาลภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 2569 พร้อมวางแผนระยะยาวในการปรับผังการจราจร เพิ่มจำนวนที่จอดรถ และพัฒนาระบบที่จอดรถไฮโดรลิก เพื่อลดปัญหาความแออัดในอนาคตด้วย