สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดที่เมืองฮัมบูร์ก ในขณะที่ยุโรปเผชิญกับรัสเซียที่ไม่เป็นมิตร รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งในอนาคตของความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และแผนการของสหรัฐที่มีต่อกรีนแลนด์
กลุ่มประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ให้คำมั่นที่จะเพิ่มการผลิตพลังงานลมนอกชายฝั่งในทะเลเหนือ และเปลี่ยนให้เป็น “แหล่งพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” เพื่อทำให้ยุโรปมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในโลกที่ไม่แน่นอน
นอกจากนี้ พวกเขายังตกลงที่จะสร้างกังหันลมเพิ่มอีก 100 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนประมาณ 100 ล้านหลัง ผ่านโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งร่วมกันที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ทะเลเหนือมีสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย แต่มันก็มอบโอกาสที่ดีมากเช่นกัน ซึ่งการสร้างทะเลเหนือให้เป็นศูนย์กลางพลังงานสำหรับยุโรป จะทำให้เราสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานของทวีปได้” เมิร์ซ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการข้างต้นจะทำให้ผู้บริโภคได้รับพลังงานในราคาที่เหมาะสม สนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานนอกชายฝั่ง และช่วยให้ยุโรปบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพอากาศ
ด้านนายแดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า ข้อตกลงที่ได้รับการลงนามโดยประเทศต่าง ๆ รวมถึงเบลเยียม สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และนอร์เวย์ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัสเซีย ว่าอียูจะไม่ยอมถูกข่มขู่ และยุโรปจะไม่ช่วยสนับสนุนเงินทางอ้อมแก่สงครามในยูเครนอีกต่อไป.
เครดิตภาพ : REUTERS



