เมื่อวันที่ 27 ม.ค. เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการรายงานอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากกัมพูชามีการขุดคูเลตเพิ่มแบบยุทธวิธีบริเวณแนวชายแดน ว่า เขามีการพูดคุยกันของบริเวณกองทัพทั้ง 2 ประเทศ ถ้าตรงไหนทำแล้วสร้างความระแวงสงสัย ก็ขอให้ดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่กัมพูชาขุดคูเลตในลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝ่ายไทยหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ แม้เป็นพื้นที่ของกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า แต่ละประเทศสามารถสร้างการป้องกันประเทศของเขา ซึ่งเราก็ทำการป้องกันประเทศของเรา แต่เป็นในรูปแบบที่คิดว่าเพราะสามารถป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ได้ เราก็ยืนในจุดของเรา ไม่ไปยุ่งกับอธิปไตยของฝ่ายอื่น และไม่ให้ฝ่ายอื่นมาเข้าร่วมอธิปไตยของเรา 

เมื่อถามอีกว่า นายกรัฐมนตรีไม่กังวลใช่หรือไม่ เพราะการขุดคูเลตห่างจากชายแดนไทย 500 เมตร นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งเกิดการปะทะอย่างรุนแรงไป เราต้องบอกเรามีความกังวล แต่ขอให้ความกังวลนี้อยู่กับรัฐบาลและกองทัพ แต่ต้องสร้างความโล่งใจให้กับประชาชน ตรงนี้เราทำอยู่ การป้องกันประเทศต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

เมื่อถามว่ากัมพูชาหลีกเลี่ยงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดฝั่งชายแดนไทย แต่ไปเก็บฝั่งชายแดนที่ติดกับประเทศอื่นก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า กัมพูชาต้องทำตามข้อตกลง คือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเขาไม่ได้มีข้อตกลงไว้กับไทยเท่านั้น แต่ทำข้อตกลงไว้กับโลก ขณะที่ไทยพร้อมให้ความร่วมมือ และในปฏิญญาที่ไทยได้ลงนามไว้กับกัมพูชา การเก็บกู้ทุ่นระเบิด เราใช้คำจำกัดความว่า “การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยหลักมนุษยธรรม” ซึ่งเป็นข้อผูกมัดฝ่ายไทยและกัมพูชา หากฝ่ายใดเห็นว่ามีการฝังทุ่นระเบิดไว้ตรงไหน ก็สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องถามอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นถ้าฝ่ายไทยเจอตรงไหน ก็เก็บอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตการควบคุมอธิปไตยของไทย

เมื่อถามว่าได้ประเมินว่าจะมีการสู้รบรอบ 3 อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราไม่ประมาท ฝ่ายความมั่นคงยังเชื่อว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าจะเกิดความขัดแย้งและความรุนแรงถึงขั้นต้องมีการปะทะกัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และแสดงว่ากองทัพของเราไม่ประมาท

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีเอกสารหลุดของกัมพูชาเรื่องจัดซื้อจัดหาอาวุธโจมตีทางอากาศเพิ่มเติม นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่หลุดมาถึงตน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวความพยายามของกัมพูชาที่จะปั่นป่วนการเมืองในประเทศไทย นายกฯ กล่าวว่า ตราบใดที่เรายังปฏิบัติตามข้อตกลงที่ลงนามกันเรื่องหยุดยิงและปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ตราบใดที่สองฝ่ายยังยึดถือข้อปฏิบัติอยู่ในข้อตกลงนี้ ทั้ง 2 ประเทศไม่มีความเป็นภัยต่อกัน

เมื่อถามว่า ก่อนการเลือกตั้งเกิดขึ้น จะต้องมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ชุดใหญ่หรือไม่ เพื่อประเมินสถานการณ์ทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีการประชุมเป็นปกติอยู่แล้ว เป็นการประชุมทั่วไป หากมีสถานการณ์ ขณะนี้เลขาธิการ สมช. ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองทัพ และตน มีการรายงานสถานการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา จึงไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมคณะใหญ่

เมื่อถามว่า ขณะนี้กัมพูชายังไม่สิ้นความเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรายังมีความพร้อมและตื่นตัว ตั้งแต่หยุดยิงจนถึงวันนี้ 3-4 สัปดาห์มาแล้ว ก็ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆ ที่จะสร้างความตึงเครียดต่อกัน เมื่อถามอีกว่า สามารถใช้คำว่าวางใจได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ประชาชนสามารถใช้ชีวิตปกติได้ เรื่องการเฝ้าระวังการป้องกันประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกองทัพ