พระมหาใจ เขมจิตฺโต ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก จ.เขมจิตต์ ว่า การสอบบาลี และความเป็นสนามมาตรฐานของสนามสอบวัดสามพระยา ผ่านการสอบบาลีสนามหลวงในชั้นเปรียญเอกมาได้ 4 วัน มีผู้เข้าสอบมาก โดยเฉพาะในชั้นประโยค ป.ธ.9 จำนวนถึง 599 รูป ประโยค ป.ธ.8 จำนวนถึง 903 รูป รวมเฉพาะ 2 ชั้นนี้ 1,502 รูป ชั้นประโยค ป.ธ.7 ที่สอบก่อนสองวัน รวม 740 รูป
จำนวนที่มากขนาดนี้ หากจะมีผู้เข้าสอบประเภท “กากสูโร” หลุดรอดมาสัก 1 หรือ 2 ก็อาจจะปรากฏได้ สนามจะได้คัดคนประเภทนี้ออก อันเป็นเหตุให้ออกประกาศลงโทษผู้ทำผิดกฎระเบียบสอบสนามหลวง มาตั้งแต่ปี 2475 เรื่องนี้ ควรพิจารณาโดยรอบด้านอย่างเป็นกลางว่า “การทำทุจริต” เป็นกิริยาละเมิดระเบียบของผู้สอบ ไม่ใช่เจ้าของสนามสอบ หรือ แม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าหน้าที่ในการสอบทั้งหมด มีกรรมการคุมห้องสอบเป็นต้น ซึ่ง “ไม่เอื้อ” ในการทำผิด เพียงแต่เป็นหน้าที่ร่วมกัน ในการป้องกัน และถ้าพบเห็นก็ดำเนินการตามระเบียบ ดังที่ปรากฏนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะกิริยาผู้ทำผิดว่าเข้าข่าย หนัก เบา แค่ไหน
งานสอบของกองบาลีสนามหลวง เป็น “งานของคณะสงฆ์” ที่ไว้ใจสนามวัดสามพระยา อันเป็นสนามที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการศึกษาบาลี เป็นสนามที่ “ฝ่ายการศึกษาทุกภาคส่วนจะต้องมาร่วมมือกันแสดงออก” ทั้งมาปฏิบัติหน้าที่โดยตรง มาเยี่ยม มาอุปถัมภ์ และมาถวายกำลังใจ เมื่อทุกภาคส่วนตั้งใจทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อให้เกิดลักษณะ 3 ประการ คือ “โปร่งใส บริสุทธิ์ สุจริต” แล้ว ยังมีผู้ฝืนระเบียบสนาม แอบทำทุจริต เป็นการสร้างรอยด่างขึ้นมา ต้องตั้งคำถามว่า มีจุดเล็กๆ อันเป็นรอยด่าง 1 ต่อ 900 เป็นต้น ปรากฏระหว่างความงามของหมู่คณะที่ภาพของกองบาลี และสนามวัดสามพระยาถ่ายทอดให้ชมนั้น เราจะเลือกชมภาพใด
เมื่อมีรอยดำปรากฏ จะเล่าถึงรอยดำในลักษณะใด ขึ้นอยู่กับการสื่อสารด้วยสำรวม สงบ หรือสับสน อลหม่าน เราอยากปรับในเรื่องใด แต่ยังปรับไม่ได้ อันเป็นเรื่องของผู้บริหาร เราก็มีสิทธิแสดงความเห็นได้ ท่านไม่ขัด แต่ไม่ใช่ว่า ไม่ได้ดั่งใจแล้วก็ชี้โทษเกินหน้าที่
เรารักบาลี ต่างก็อยากเห็นงานบาลีเจริญรุดหน้า หากทำในหน้าที่บริหารไม่ได้ ก็ทำในหน้าที่ที่กำลังรับผิดชอบ แต่ไม่ทิ้งกัน บาลียังมีงานสอน มีงานอื่นๆ ให้ดำเนินการทดลอง งานที่เป็นห่วง งานคัมภีร์ งานที่ควรอนุโมทนา และงานที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันอีกหลายเรื่อง ถ้าประสงค์ความเจริญก้าวหน้า ก็อยู่ในจุดที่ขับเคลื่อนได้ แล้วขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่าง “สามัคคี”
เคยเขียนถึงความเป็นสนามมาตรฐานของสนามสอบวัดสามพระยาไว้หลายหน สะท้อนภาพให้เห็นถึงความเข้มของสนามนี้ ที่ผู้เข้าสอบถ้าคิดทำทุจริต จะเล็ดลอดสายตาและการจับพิรุธได้ยาก แต่ถามว่ามีหรือไม่ ก็ต้องตอบตามตรงว่ามี ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านสะท้อนให้เราฟังเองโดยไม่ได้ปิดบัง
ในการประชาสัมพันธ์ขณะดำเนินการสอบต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า สนามสอบวัดสามพระยา คือสนามที่ มีประสบการณ์มากที่สุดในการจัดการสอบ ดังนั้น ท่านจึงวางตัวบุคคลไว้น่าสังเกต เช่น กรรมการจเร แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ ก็ให้เป็นสามเณรที่เรียนบาลีช่วยทำงาน ซึ่งไม่รู้จักกับผู้สอบ ฟังแต่เพียงคำสั่งของประธานสนาม เมื่อสั่งว่าให้ตรวจ ก็คือตรวจ ไม่เว้นใคร ข้อนี้คือ “เข้ม” และ “กล้า” และสามเณรมีความ “บริสุทธิ์ใจ” ในการปฏิบัติหน้าที่ ข้อนี้คือ “ซื่อ” อยู่กับกรรมการกำกับห้องสอบจนกว่าจะสอบเสร็จ ซึ่งน่าจะมีเพียงสนามเดียวที่ให้สามเณรเป็นผู้เชื่อมงานให้
เพราะสามเณรไม่มีความลับ หมายความว่า ไม่ใช่ช่วยดูแลผู้เข้าสอบเท่านั้น ยังคุมไปถึงกรรมการกำกับห้องสอบอีกด้วย เรียกว่าคุมสองชั้นใน 1 ห้อง ถ้านับกรรมการใหญ่อีกชุดที่คุมกรรมการทุกห้องอีกที วัดสามพระยาก็มีการคุมสอบถึง 3 ชั้น และปัจจุบันก็นำเทคโนโลยีมาช่วยอีกแรง ในการตรวจ สอดส่อง ผู้เข้าสอบ จึงกลายเป็นสนามมาตรฐานที่ควรศึกษาเป็นแบบอย่าง ยังเหลือเพียงเรื่องเดียวที่่อยากให้เกิดคือ ถ่ายทอดสดการสอบ
นอกจากกกรรมการจเร ยังมีผู้ดูแลเฉพาะห้องน้ำ อันเป็นจุดตาย ของทุกสนาม อาจสรุปง่ายๆ ว่า “ไม่มีที่ไหนในสนามสอบสามารถใช้ทำทุจริตได้ นอกจากห้องน้ำ” ดังนั้น สนามสอบที่มีประสบการณ์ จึงถือว่า ห้องน้ำเป็นจุดตาย ของผู้เข้าสอบ สมัยก่อนสนามนี้ จึงใช้เพียงไม้กระดานกั้น และกระโถน เท่านั้น



