สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่าประธานาธิบดี นิกูชอร์ ดัน ผู้นำโรมาเนีย สั่งปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซีย ในเมืองคอนสตันซา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และประกาศให้กงสุลใหญ่ประจำสถานกงสุลแห่งดังกล่าวมีสถานะเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และต้องเดินทางออกจากโรมาเนีย


การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังเกิดเหตุโดรนตกใส่อพาร์ตเมนต์ความสูง 10 ชั้น ในเมืองกาลาตี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ส่งผลให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน


ขณะเดียวกัน มีโดรนอีกลำหนึ่งตกในพื้นที่ใกล้เมืองบาเซสตี ในเขตมารามูเรส ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโรมาเนีย แม้ไม่มีหัวรบระเบิดติดอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย


ทั้งนี้ เหตุโดรนตกในโรมาเนียเกิดขึ้น ในเวลาเดียวกับที่ท่าเรืออิซมาอิล ในภูมิภาคโอเดซา ทางตะวันตกของยูเครน กำลังถูกโจมตีด้วยโดรน ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในโรมาเนีย และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) จึงเชื่อว่า โดรนที่ตกใส่อพาร์ตเมนต์ตั้ง เป็นการยิงมาจากรัสเซีย


แม้กฎหมายของโรมาเนียอนุญาตให้กองทัพสามารถยิงโดรนตกได้แม้ในยามสงบ หากมีความเสี่ยงต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน แต่จนถึงขณะนี้ โรมาเนียยังไม่เคยใช้มาตรการดังกล่าว แม้มีความวิตกกังวลมากขึ้นว่า สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะลุกลามข้ามพรมแดน.

เครดิตภาพ : REUTERS