สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ลดลง 9.7 จุดจากเดือน ธ.ค. มาอยู่ที่ 84.5 โดยผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น เกี่ยวกับการตัดสินใจใช้จ่ายครั้งใหญ่
นางดานา ปีเตอร์สัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มวิจัย กล่าวว่า ความเชื่อมั่นพังทลายลงในเดือน ม.ค. เนื่องจากความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน และความคาดหวังต่ออนาคต จนส่งผลให้ระดับโดยรวมลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2557 ซึ่งต่ำกว่าระดับต่ำสุดในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
ปัจจุบัน มุมมองสุทธิเกี่ยวกับสภาพธุรกิจลดลงเหลือเพียงบวกเล็กน้อย ส่วนการรับรู้เกี่ยวกับสภาพการจ้างงานก็อ่อนแอลงเช่นกัน มากไปกว่านั้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสถานการณ์เกี่ยวกับเวเนซุเอลา กรีนแลนด์ และธนาคารกลางสหรัฐ ที่ทำให้ชาวอเมริกันแสดงความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจ
Confidence declined in January across demographics, including all age and income groups.
— The Conference Board (@Conferenceboard) January 27, 2026
Likewise, confidence faded this month among among consumers of all political affiliations, with the sharpest decline seen in Independents.
Full report: https://t.co/xtzC5r13T6 pic.twitter.com/MSCUJGCvIH
ราคาและอัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันและก๊าซ และราคาอาหารและของชำยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน การกล่าวถึงภาษีศุลกากรและการค้า การเมือง และตลาดแรงงาน ก็เพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. ส่วนการกล่าวถึงสุขภาพ/ประกันภัย และสงคราม ก็เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนั้น ผู้บริโภคระบุในจำนวนมากขึ้นระบุว่า พวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขากำลัง “เลือก” มากขึ้น ขณะที่รถยนต์มือสอง เฟอร์นิเจอร์ โทรทัศน์ และสมาร์ตโฟน ยังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับการซื้อในอนาคต.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



