สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่า โรดริเกซกล่าวว่า ทางการกำลังปลดล็อกทรัพยากรที่เป็นของชาวเวเนซุเอลา ซึ่งจะทำให้ประเทศสามารถลงทุนในอุปกรณ์สำหรับโรงพยาบาล จากเดิมที่เวเนซุเอลาจัดหาจากสหรัฐและประเทศอื่น ๆ
อนึ่ง สหรัฐคว่ำบาตรเวเนซุเอลามาตั้งแต่ปี 2562 และหลังจากประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ถูกโค่นล้มเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันและรัฐบาลชั่วคราวของเวเนซุเอลา ก็มีการทำข้อตกลงต่าง ๆ
The United States has started unblocking Venezuelan funds that were frozen under sanctions, the South American country's interim president said Tuesday in the latest sign of rapprochement between long-term foes.https://t.co/G0ytUdKN4k
— Jamaica Observer (@JamaicaObserver) January 28, 2026
แม้โรดริเกซพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐเตือนถึง “ผลที่ตามมา” หากรัฐบาลชั่วคราวของเธอ ที่ประกอบด้วยผู้จงรักภักดีต่อมาดูโร ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งครอบคลุมการเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา
นอกจากนี้ โรดริเกซคาดการณ์ว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 55% ภายในปี 2569 หลังร่างกฎหมายยุติการควบคุมภาคส่วนพลังงานอย่างเข้มงวด และยาวนานหลายสิบปีของรัฐ ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเวเนซุเอลา
“ปีที่แล้วมีการลงทุนเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28,000 ล้านบาท) และสำหรับปีนี้ มีการลงนามในสัญญาลงทุนแล้ว 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” โรดริเกซ กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ทั้งนั้น การบริหารจัดการที่ผิดพลาดและการทุจริตที่เกิดขึ้นมานานหลายปี ส่งผลให้การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา ลดลงจากระดับสูงสุดที่มากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 350,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2563 หลังจากนั้น การผลิตน้ำมันก็ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



