สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจาากรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องรัฐบาลเตหะรานเร่งเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ พร้อมเตือนว่า “กองเรือรบขนาดมหึมา” นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ประชิดอิหร่านแล้ว ว่ากองทัพอิหร่านมีความพร้อมสูงสุดที่จะตอบโต้ “ทันทีและรุนแรง” ต่อการรุกรานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางอากาศ หรือทางทะเล
อารักชีกล่าวถึง “ประสบการณ์” จากสงคราม 12 วัน กับอิสราเอล เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ทำให้อิหร่านแข็งแกร่งขึ้น และสามารถตอบโต้ภัยคุกคามในอนาคตได้ “รุนแรง รวดเร็ว และลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม”
ขณะเดียวกัน อารักชียืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาตลอด เมื่อจะมีการเจรจา รัฐบาลเตหะรานยินดีรับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ “เป็นธรรมและเท่าเทียม” บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และต้องปราศจากการข่มขู่หรือบีบบังคับ
BREAKING: Iran has 'fingers on the trigger' to respond to foreign attacks, says foreign minister
— Al Jazeera Breaking News (@AJENews) January 28, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/3J7RMynXRr pic.twitter.com/uwiECySv9D
ทั้งนี้ ข้อตกลงต้องรับรองสิทธิของอิหร่านในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ และเป็นการการันตีว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เกิดขึ้น อารักชีย้ำว่า รัฐบาลเตหะรานไม่เคยคิดครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ขณะที่นายคาเซม การิบาบาดี รมช.การต่างประเทศอิหร่าน ฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบัน “ไม่มีการเจรจาโดยตรง” ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยมีเพียงการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านคนกลางเท่านั้น และย้ำว่า “หากสหรัฐต้องการเจรจาจริง ต้องหยุดข่มขู่ก่อน เพราะผลลัพธ์ของการเจรจานั้นไม่ใช่สิ่งที่จะกำหนดล่วงหน้าได้”
อย่างไรก็ตาม นายอาลี ชัมคานี หนึ่งในที่ปรึกษาของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐแม้เพียงเล็กน้อย “แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม” และอิหร่านจะตอบโต้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และเป้าหมายจะรวมถึงใจกลางกรุงเทงอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล.
เครดิตภาพ : AFP



