เมื่อวันที่ 29 ม.ค. เวลา 09.10 น. ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสการร้องเรียนจากประชาชนว่าพบชื่อบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน ในหลายพื้นที่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทยจะตรวจสอบทะเบียนราษฎรหรือไม่ ว่า ต้องมีอยู่แล้ว ตอนที่กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบก็ถูกกล่าวหาว่าตรวจสอบมากเกินไป และใช้เวลานานทำให้ประชาชนเดือดร้อน พอมีชื่อผีเข้ามาในทะเบียน ก็เรียกร้องว่าทำไมมหาดไทยไม่ตรวจสอบ ซึ่งเรามีไทม์ไลน์เรื่องนี้และมีรายชื่ออยู่แล้ว เช่น กรณีที่จะต้องจ่ายเงินเยียวยาประชาชน ต้องตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมี 5 เปอร์เซ็นต์ที่ตกหล่นไปบ้าง หรือประเมินความเสียหายไม่เสร็จ แต่กระทรวงมหาดไทยติดตามอยู่ตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่าชื่อผีที่เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านคนอื่น อยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการผูกเรื่องกันไปเองทั้งนั้น ตนทำงานในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย แยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ ไม่มีคำว่าเลือกตั้งหรือหาคะแนน ไม่มีคำว่าพวกเราหรือพวกเขา ตนไม่มีนับญาติ ใครเคยเห็นว่านับญาติกับใครบ้าง ไม่ว่าจะกับคนไทยหรือคนต่างชาติ เวลาทำงานตามหน้าที่

เมื่อถามว่าในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พบมีเรื่องใดที่เคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ทุกคนทำตามหน้าที่และบทบาทของตัวเอง และการลงพื้นที่หาเสียงใน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ลาราชการระหว่างเดินหาเสียงพบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ยังทักทายกันดี ซึ่งทุกคนต้องทำตามบทบาทหน้าที่กันไป แต่เรื่องส่วนตัวไม่มีอะไร และต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิไทย ดูแลการหาเสียงภาคใต้ เชิญชวนประชาชนให้เลือกพรรคที่รักชาติ เช่น พรรคภูมิใจไทย และไม่ต้องเลือกพรรคที่ไม่รักชาตินั้น จะถูกทำให้มองว่าเป็นการแบ่งฝ่ายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินอย่างนั้น ขอให้ถามจากนายพิพัฒน์ ที่อยู่ระหว่างไปช่วยหาเสียงในพื้นที่รับผิดชอบ ตนยังไม่ได้คุยกับนายพิพัฒน์

เมื่อถามย้ำว่าจะกำชับแกนนำพรรคภูมิใจไทยให้ระวังการออกแคมเปญรณรงค์หาเสียงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนทราบกรอบกฎหมาย ไม่ใช่แค่การประชุมพรรค แต่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ย้ำให้ทุกคนแยกบทบาทหน้าที่ให้ดี เพราะยังมีความเป็นรัฐมนตรีอยู่ ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ให้ดี จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ ส่วนรัฐมนตรีคนไหนจะไปหาเสียงเลือกตั้งในเวลาราชการ ต้องลาราชการถูกต้อง ไม่ใช้ทรัพย์สินของราชการ ไม่ใช้รถประจำตำแหน่ง รถนำขบวน ไม่นำข้าราชการประจำไปเพื่ออำนวยความสะดวกหรือประสานงาน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกดิสเครดิตในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน คิดว่าถ้าเราไม่ใช่คู่แข่งที่มีศักยภาพ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 คงไม่โดนกระแสดิสเครดิตหรือต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามแรงขนาดนี้ เราทราบอยู่ว่ากำลังทำอะไรและต้องทำต่อไป ยอมรับว่ามีกังวลบ้างว่า สส. จะสอบผ่าน เพราะเวลาที่ไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง แล้วประชาชนไม่รู้จัก แสดงว่าขยันไม่จริง หรือผู้สมัครยังลงพื้นที่ไม่เต็มที่ ต้องเรียกมากำชับให้ลงพื้นที่ให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น