เมื่อวันที่ 29 ม.ค. เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เบอร์ 3 ร่วมลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเสรี 2 เจริญกรุง (ซอยเจริญกรุง 109) เขตบางคอแหลม  โดยมีนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และเป็นเจ้าของตลาด  มาต้อนรับและพาเดินพบประชาชนในตลาดดังกล่าว

ขณะเดียวกันมีผู้ค้ามารอต้อนรับจำนวนมาก รวมถึงถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ พร้อมทั้งได้มอบดอกไม้ พวงมาลัย และการ์ดเพื่อส่งกำลังใจแก่นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์  ทั้งนี้ระหว่างเดินหาเสียง มีผู้สนับสนุนรายหนึ่งนำน้ำส้มคั้น 1 แก้วมามอบให้นายอภิสิทธิ์ พร้อมกล่าวว่า “กินให้หมดนะ” และเมื่อนายอภิสิทธิ์ดื่มจนหมด ก็กล่าวว่า “อาจจะเหลือเขตหนึ่ง”  พร้อมยักไหล่ ขณะที่กองเชียร์ได้ส่งเสียงโห่ร้องดีใจ

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ตรงกับโพล ว่า ตนสอบถามจากคนที่รู้การทำโพลเป็นรายเขต ทราบว่าคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ดีขึ้นมาก บางเขตมีโอกาสชนะชัดเจน ขณะที่อีกหลายเขตมีความเป็นไปได้ที่จะชนะ ดังนั้นข้อมูลที่ตนติดตามสอดคล้องกับสิ่งที่สัมผัสอยู่ ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ กทม. ออกยุทธศาสตร์ไม่เลือกเราเขามาแน่นั้น เมื่อถามคนที่ทำโพลเป็นรายเขต พบว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฝ่ายที่พยายามบอกว่าต้องเลือกสีน้ำเงิน แต่เป็นตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

“ถ้าเลือกสีน้ำเงิน มีโอกาสที่จะทำให้ผลการเลือกตั้งเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์โดยธรรมชาติมีมากกว่าตั้งแต่ต้น ขณะนี้คะแนนพรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรคประชาชนที่ดึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาช่วยหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีสิทธิใช้ผู้สนับสนุนหรือบุคลากรของพรรคเป็นผู้ช่วยหาเสียง ดังนั้นต้องไปถามพรรคประชาชน

“สำหรับแนวทางของประชาธิปัตย์ ได้คนที่ทำงานการเมือง และร่วมทำนโยบายเข้ามา ซึ่งเป็นวิธีการที่จะทำให้การทำงานเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายบริหารแล้วราบรื่นกว่า หลายครั้งที่มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น มักจะมีปัญหาต่อการบริหารจัดการเรื่องการเมือง เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อการผลักดันนโยบายต่างๆ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยมีคนนอก แต่ส่วนใหญ่จะมีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคก่อน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว