เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงพรรคประชาชน ที่มี สส.สีเทาอยู่ในพรรค โดยการแถลงข่าววันนี้ นายชูวิทย์ มาพร้อมกับไวท์บอร์ด จอโปรเจกเตอร์ พร้อมกับตั้งโต๊ะ และนำป้ายคำว่า “ราษฎรเต็มขั้น” มาวางไว้บนโต๊ะ และโหลใส่ผลส้มแปะข้อความ “สีเทา” และบลูเบอร์รี่ สตรอเบอรี่ พร้อมกระถางธูปเทียน และขึ้นข้อความ “การเมืองเป็นเรื่องของเรา รู้ทันนักการเมืองก่อนไปเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69”

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ครั้งก่อนที่แถลงไป มีคนมาต่อว่า ว่าไม่มีหลักฐาน ครั้งนี้ตนจะพูดให้ฟัง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของเรา เราต้องรู้ทันนักการเมือง อย่าไปใช้อารมณ์ อย่าพูดว่าเขาไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วจะร้องไห้ ปลุกปั่น กลั่นแกล้ง โกรธแค้น วันนี้จะแสดงให้เห็น เพราะตนเป็นคนรักส้ม ที่ทำตนไม่ได้ทำอะไร เราไม่เอาการเมืองเก่า เราอยากทำอนาคตให้ลูกหลาน
ข้อมูลทั้งหมดในวันนี้ในฐานะราษฎรเต็มขั้น คนในพรรคส้มเป็นคนส่งมาให้เพื่อยืนยันว่า มันเป็นตามที่พูด หลังหลายฝ่ายอ้างว่าตนพูดแล้วไม่มีหลักฐาน ก่อนนายชูวิทย์จะเขียนในกระดาน 10 คนใต้ นอมินีคุมตำรวจ และเปิดคลิปเสียง ชื่อ ‘โรม-ต๋อม-โจ๊ก’ ที่พูดถึงเรื่องกระบวนการหาเสียง และกระบวนการทำให้ได้มาซึ่ง สส. ในภาคใต้ มาเปิดให้ฟังว่านี่คือหลักฐาน เพราะคนพูดไปว่าตนไม่มีหลักฐานพอใจแล้วหรือยัง
ต่อมานายชูวิทย์ล้วงโหลและหยิบผลส้มที่มีหมายเลขออกมา โดยหมายเลข 6 ที่หยิบได้เป็นผู้สมัครพรรคประชาชนภาคเหนือ และกล่าวว่า ผู้สมัครพรรคประชาชนหมายเลข 4 เป็นผู้สมัครจังหวัดแพร่ มีคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้สมัครคนดังกล่าวเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ และมีอายุไม่ถึง 35 ปี แต่ได้เป็นรองนายกเทศมนตรี ก่อนต่อมากลับถูกปลดออกจากรองนายกเทศมนตรี พร้อมบอกว่าตัวผู้สมัครคนดังกล่าว เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ แต่กลับลงสมัครตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการขาดคุณสมบัติ ถามว่าจริยธรรมและการคัดสรร สส. ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ เรื่องนี้คุณไม่ได้ตรวจ รับมาไม่ได้ดูอะไรเลย “สนิมเกิดจากเนื้อในส้ม”

ยืนยันตนเป็นด้อมส้มตัวจริง แต่แค่มาสอนอย่าต้องให้ลงไม้ลงมือ การสั่งสอนของราษฎรใหม่แบบตนนั้น เพื่อทำให้พรรคการเมืองต่างๆไม่ปกปักสร้างความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง โกรธแค้นให้กับประชาชน ไม่เอาวิธีการแบบนี้ เราไม่หาเสียงแบบนั้น เราหาเสียงด้วยเหตุผล
สิ่งที่อยากจะพูดให้ทุกคนฟัง คือการคัดสรรของพรรคประชาชนมีปัญหาอย่างรุนแรง เจอเทาเข้ม เทาอ่อน เทากลาง เรื่องผิดจริยธรรมไม่ได้สืบเลยเหรอ ขอพูดว่าแค่การดูแลผู้สมัคร 500 คน ยังมีปัญหา นับประสาอะไรกับการดูแลคนทั้งประเทศ ตนพูดจากเอกสาร หลักฐาน จะมาว่าไม่ได้ว่า ตนไม่มีหลักฐานหรือเอกสาร ก่อนต่อมานายชูวิทย์ได้นำมีดออกมาหั่นผลส้ม ออกเป็น 2 ซีก และบอกว่า “ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน” และคั้นน้ำส้มออกมา และบอกว่า “จะไปดูแลใครได้ เดี๋ยวก็ปลดออกอีก ไม่ทำเดี๋ยวก็มีคนร้อง และต้องเสียเงินเลือกตั้งอีก” และดื่มน้ำส้มในแก้วดังกล่าวจนหมดแก้ว
“พรรคประชาชนต้องเลิกขวาไปซ้ายที่เป็นการปลุกระดม การใช้วิธีนี้ในสมัยที่ตนเรียน เป็นการใช้ขวาพิฆาตซ้าย ซ้ายพิฆาตขวา เป็นการปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง ทำให้เกิดความโกรธแค้นชิงชังระหว่างประชาชนด้วยกัน”

พร้อมเปิดคลิปในวันที่ปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์ ที่พูดถึงการเก็บเงินประกันสังคม นายชูวิทย์ กล่าวว่า การจ่ายเงินประกันสังคม ทำไมคุณถึงไม่พูดถึงวิธีการแก้ปัญหา นี่เป็นวิธีการหาเสียงของคุณที่สร้างความโกรธแค้นชิงชังปลุกอารมณ์ ตอนนี้ตนกำลังสอนน้องๆ การหาเสียงแบบนี้คือการปลุกระดมคน
นายชูวิทย์ กล่าวถึงการยุบพรรคในครั้งต่างๆ ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล และบอกว่าตนตัวคนเดียวไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ได้มาจากพรรคส้ม สิ่งที่เขาหาเสียงเป็นการหาเสียงด้วยความโกรธแค้น เกลียดชัง ที่พรรคส้มมีความอันตราย เพราะความอันตรายในการหาเสียงลักษณะนี้ ขอเตือนว่า หากยังไม่หยุดก็จะหยิบส้มเน่าลูกต่อไปออกมาเปิด ยังมีข้อมูลอีกเยอะ หากไม่เชื่อ ในตอนจบจะเปิดอะไรให้ดู และกล่าวถึงเงื่อนไข 5 ข้อใน MOA ก่อนบอกว่าที่เป็นแบบนี้เพราะว่า “คุณมีเบื้องหลัง”
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า เมื่อพรรคส้มพูดถึงสถาบันไม่ได้ ก็พูดถึงกองทัพ แต่ตนขอบอกว่าทุกสถาบันต้องมีกองทัพ เมื่อเล่นกองทัพไม่ได้ ในปี 69 ก็มาเล่นที่รัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งข้อสังเกต คุณเคยพูดถึงปากท้องประชาชนหรือไม่ ตนไม่อยากไปทะเลาะ ส่วนการพูดว่าไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้น ตนคิดว่าวิธีการหาเสียงของพรรคแบบนี้มันทำให้ครั้งหน้าคุณไม่ได้เป็นรัฐบาลอีก ก่อนช่วงหนึ่งนายชูวิทย์ได้เท บลูเบอร์รี่ตัวแทนจากพรรคน้ำเงินจากในจานลงไปในถาด และบอกว่า นี่คือน้ำเงินที่คุณสร้างเขาขึ้นมา และแดง นี่คือสูตรรัฐบาล และคุณจะพูดว่าไม่เลือกส้มเลือกน้ำเงิน น้ำเงินเป็นของเก่าส้มเป็นของใหม่

“คุณเป็นของใหม่ที่อันตรายในการกระทำของคุณ คุณทำอะไรไม่ได้ เพราะยังมีเน่าอีกเยอะ ใครไปบังคับคุณว่าต้องรับคนนั้นนี่ เหมือนเด็กงอแงลูกคนรวยที่เอาแต่ใจตัวเอง จะเอาอย่างนั้นอย่างนู้นให้ได้และโทษคนอื่น ทั้งที่ผ่านมา ใครเป็นคนทำให้คุณถูกยุบ เป็นคุณเองทั้งนั้น และครั้งที่ 3 คุณได้เป็นรัฐบาล เพราะคลิปเสียงดังขึ้น ทำไมถึงยังไม่เป็นรัฐบาล แต่กลับยกให้นายอนุทินเป็น”
ในช่วงท้าย นายชูวิทย์ ได้เปิดคลิปวิดีโอที่มีการเบลอหน้า พร้อมบอกว่า ถ้าไม่หาเสียงในรูปแบบนี้ตนคงไม่ออกมาเปิดคลิปนี้ หากใครถามว่าทำไมไม่เปิดให้เห็นหน้า เพราะตนมีจริยธรรม หากเปิดไปคุณเสียหาย ก็เหมือนเป็นการกลั่นแกล้ง ที่ทำให้คุณไม่ได้คะแนน ตนขอแลกกันกับการไม่สร้างความแตกแยกในโค้งสุดท้าย หากสร้างความแตกแยก จะไปหาเสียงยังไงก็พูดเลย ก่อนเปิดโพลระหว่างปี 2566 กับโพลของตนที่ได้ไปสำรวจมา ยืนยันว่าในวันนี้เป็นการมาสั่งสอน เพราะรักจึงสั่งสอน และตนไม่ได้สั่งสอนปากเปล่า ตนมีหลักฐานเพื่อให้ความจริงออกมากองอยู่ตรงหน้า




