นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจาก สำนักงาน กสทช. ได้ออกประกาศ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ทาง สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คัดกรองเบอร์โทรศัพท์ที่มีการใช้งานผิดปกติ และระงับการใช้บริการทันที จากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่มีการใช้งานผิดปกติ พบปริมาณการโทรออกจำนวนมาก และในพื้นที่ซ้ำ ๆ จุดเดิม ส่อพฤติกรรมการใช้ในลักษณะการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเดือน ธ.ค. 68 เพียงเดือนเดียวพบเบอร์ที่มีการโทรออกผิดปกติดังกล่าวจำนวนกว่า 23,057 เลขหมาย มีการโทรออกรวมประมาณ 2,400,000 ครั้ง ซึ่งได้สั่งระงับเบอร์เหล่านี้แล้วทันที
“ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสั่งการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติและรายงานผลการตรวจสอบให้สำนักงาน กสทช. ทราบเป็นประจำทุกสัปดาห์มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งมีเงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบ อาทิ จำนวนการโทรออกอย่างเดียวหลายสิบครั้งต่อวัน และโทรออกในพื้นที่เดิม ๆ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสันนิษฐานได้ว่าไม่ใช่ลักษณะการใช้งานปกติของบุคคลทั่วไป และอาจเป็นการใช้งานที่นำไปก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากตรวจสอบพฤติกรรมเป็นไปตามที่กำหนดให้ผู้ให้บริการระงับการใช้บริการเบอร์ดังกล่าวทันที และตรวจสอบการลงทะเบียนเบอร์ดังกล่าวก่อนเรียกให้ผู้ที่ลงทะเบียนมายืนยันตัวตนอีกครั้ง หากไม่มายืนยันตัวตนภายในเวลาที่กำหนด ผู้ให้บริการจะดำเนินการยกเลิกสัญญาของเบอร์ดังกล่าวต่อไป”
นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบตามมาตรการดังกล่าวในเดือน ธ.ค. 68 พบมีการใช้งานกระจุกตัวในจังหวัดที่มีบริเวณพื้นที่ติดชายแดน อาทิ หนองคาย นราธิวาส สระแก้ว และเชียงราย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.–7 ธ.ค. 68 เพียงสัปดาห์เดียว มีเบอร์ที่มีการโทรออกผิดปกติจำนวน 8,034 เลขหมาย และโทรออกรวมมากกว่า 849,347 ครั้ง จึงสั่งการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปิดเบอร์เหล่านี้ทั้งหมดแล้ว ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ตรวจสอบและปิดเบอร์ไปแล้วจำนวน 207 เลขหมาย โดยมีจำนวนการโทรออกรวม 3,197 ครั้ง กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ เขตบางเขน เขตบางขุนเทียน เขตคลองสามวา เขตบางแค และเขตบางรัก โดยผลการตรวจสอบดังกล่าวสำนักงาน กสทช. ได้นำส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำการตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ เพื่อจะได้เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



