ช่วงนับถอยหลังโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ยังคงขับเคี่ยวสู้กันไม่มีใครยอมใครง่ายๆ ในมุมมองของ “ตรีศูล” คอลัมนิสต์ หน้า5 เดลินิวส์ ได้ออกมาวิเคราะห์การเลือกตั้ง 69 ไล่ตั้งแต่ “รูปแบบหาเสียง” ทุกๆเลือกตั้งจะพบพัฒนาการของการหาเสียง การเข้าหาประชาชน การเข้าถึงผู้มีสิทธิออกเสียง พื้นฐานเดิมคือปราศรัยทั้งในพื้นที่ชุมชนและในที่สาธารณะรองรับคนได้มากๆ การเดินสายเคาะประตูบ้านทั้งระดับตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งและทีมงาน ที่เข้ามามีบทบาทสูงและกินวงกว้างขึ้นเรื่อยๆได้แก่หาเสียงบนโซเชียลมีเดียในทุกๆแพล็ตฟอร์ม เฟซบุ๊ก, ไลน์, ติ๊กต็อก, อินสตาแกรม

ปัจจุบันคนแทบทุกรุ่นอยู่ในวงจรโซเชียลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สามารถสื่อถึงกันระหว่างผู้สมัครกับผู้กาบัตรได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เลือกสถานที่และเวลา คาดการณ์ได้ ศึกเลือกตั้ง 69 พรรคและผู้สมัครจะใช้บริการออนไลน์เป็นพลังหลักในงานหาเสียง คาดหวังว่าจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวผู้สมัคร ผู้ใช้สิทธิ และต่อระบอบประชาธิปไตย

“กลยุทธ์เพื่อให้ได้เสียง” เช่นเดียวกัน ทุกเลือกตั้งนอกจากคนและพรรคโฆษณาประชาสัมพันธ์ความดีจุดเด่นของตัวเอง ให้น้ำหนักไม่แพ้กันก็ขุดคุ้ยประโคมจุดอ่อนด้อยและความผิดพลาดในอดีตของผู้สมัครและพรรคคู่แข่ง ไม่ว่าการเมืองรุ่นไหนก็เผชิญกับพฤติการณ์ลักษณะนี้ น่ากังวลคือกระทำบนสื่อโซเชียลที่ควบคุมและสาวหาต้นตอได้ยาก ข้อมูลเท็จ Fake News ถูกนำมาใช้เพื่อทำลายเพื่อตอบโจทย์บั่นทอนกำลัง และช่วงชิงฐานเสียงคู่แข่ง ไม่เพียงเนื้อหาข้อความหากรวมถึงภาพปั้นแต่งโดย AI ทำได้สารพัดยากแก่การจับผิด

คาดการณ์ว่าศึกเลือกตั้ง 69 จะมีข่าวและข้อมูลเท็จเป็นอาวุธร้ายอันหนึ่ง ขณะเดียวกันก็คาดหวังประชาชนผู้ใช้สิทธิจะใช้วิจารณญาณในการรับรู้อย่างรอบด้าน ด้วยใจเป็นธรรม

“เก่ากับใหม่” หาเสียงเลือกตั้งเพื่อให้ได้ชัยชนะเป็นมากกว่ารักษาฐานเสียงเดิมและขยายฐานเสียงใหม่ที่ยังไม่ตัดสินใจ หากรวมถึงการบุกรุกเข้าไปชิงคะแนนในฐานเสียงเดิมของบุคคลและพรรคคู่แข่ง เราคุ้นอย่างดี ตั้งแต่ เอา-ไม่เอาทักษิณ, เอา-ไม่เอาลุง ชี้นำตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกบนความไม่ชอบมากกว่าความชอบ เลือกตั้งรอบนี้สร้างกระแส ไม่เอาเทา หาคะแนนในส่วนของนักการเมืองสีเทา เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย พนันออนไลน์ไปถึงแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงโลก

แต่ทั้งหมดไม่ว่าพรรคหรือคณะไหนหรือประชาชนกลุ่มใด ต่างอยู่ใต้ร่มเงา “อนุรักษ์นิยม” กับ “เสรีนิยม” สู้กันระหว่างเก่ากับใหม่ แนวทางคงไว้สถานะเดิมกับการก้าวเข้าหาความเปลี่ยนแปลง คาดการณ์ว่าการช่วงชิงคะแนนเสียงระหว่าง 2 ขั้วทวีความเข้มข้นขึ้น คาดหวังว่าเจ้าของเสียงจะตัดสินใจ ณ จุดที่ประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุด