วานนี้ (28 ม.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลงานวิจัยล่าสุดจากเยอรมนีที่ชี้ให้เห็นว่า การรับประทานอาหารในระยะสั้นที่เน้นอาหารเช้าพื้นๆ ราคาถูก และดีต่อสุขภาพเป็นหลัก สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้อย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาเพียง 2 วัน และประโยชน์ที่ได้รับยังคงอยู่ต่อเนื่องไปอีก 6 สัปดาห์ แม้ว่าผู้เข้าร่วมทดสอบจะกลับไปกินอาหารแบบเดิมแล้วก็ตาม 

คอเลสเตอรอลหรือสารไขมันไม่ใช่สิ่งไม่ดี ที่จริงแล้วเป็นสารที่จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมน การสร้างเซลล์ และการทำงานที่สำคัญอื่นๆ ของร่างกาย แต่หากมีคอเลสเตอรอลชนิดที่มีความหนาแน่นต่ำหรือที่เรียกกันว่าไขมันชนิด “เลว” (LDL) มากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ เนื่องจากมันจะสะสมในกระแสเลือดและก่อตัวเป็นคราบคล้ายขี้ผึ้งเกาะตามผนังหลอดเลือดแดง

เมื่อเวลาผ่านไป คราบเหล่านี้จะแข็งตัวกลายเป็นพลัค (Plaque) ที่ทำให้หลอดเลือดตีบลง ขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นและอวัยวะต่างๆ ขาดออกซิเจน หากพลัคเกิดการปริแตก อาจกลายเป็นลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดง ซึ่งอาจนำไปสู่อาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้

สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอนน์ ประเทศเยอรมนี ได้คัดเลือกอาสาสมัครชายและหญิงจำนวน 32 คนที่มีอาการเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) หรือกลุ่มอาการต่างๆ เช่น น้ำหนักตัวเกิน ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และระดับไขมันในเลือดสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคเบาหวานประเภทที่ 2

นักวิจัยแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งได้รับคำสั่งให้กินข้าวโอ๊ต (Oatmeal) วันละ 3 มื้อ ติดต่อกัน 2 วัน โดยจะต้องต้มข้าวโอ๊ตในน้ำเปล่า และอนุญาตให้เติมผลไม้หรือผักในปริมาณเพียงเล็กน้อย โดยสรุปแล้ว กลุ่มนี้กินข้าวโอ๊ตประมาณ 300 กรัมต่อวัน และรับพลังงานเพียงครึ่งเดียวจากที่เคยกินตามปกติ

ส่วนผู้เข้าร่วมอีกกลุ่มหนึ่งลดปริมาณแคลอรี่ลงเช่นกัน แต่ได้รับคำสั่งว่าห้ามกินข้าวโอ๊ต

นักวิจัยพบว่าแม้ทั้งสองกลุ่มจะได้รับประโยชน์จากการลดแคลอรี่ แต่กลุ่มที่กินข้าวโอ๊ตให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก ตัวอย่างเลือดและอุจจาระของกลุ่มที่กินข้าวโอ๊ตแสดงให้เห็นว่า ระดับคอเลสเตอรอล LDL ของพวกเขาลดลงประมาณ 10% ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง นอกจากนี้พวกเขายังน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 2 กิโลกรัม และระดับความดันโลหิตลดลงเล็กน้อย

“นั่นคือระดับการลดลงที่ค่อนข้างมาก แม้ว่าจะยังเทียบไม่ได้กับประสิทธิภาพของยาสมัยใหม่ก็ตาม” ดร. มารี-คริสติน ไซมอน อาจารย์จากสถาบันโภชนาการและวิทยาศาสตร์การอาหารแห่งมหาวิทยาลัยบอนน์ หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว

โดยปกติแล้ว ยากลุ่มสแตติน (Statins) คือยาเบื้องต้นที่ใช้เพื่อลดการสร้างคอเลสเตอรอลในตับ โดยสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้ถึง 55% อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของยาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และงานวิจัยยังพบว่า คนจำนวนมากที่ควรจะกินยานี้เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ กลับไม่ได้กิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่

ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) คนอเมริกันทั้งประเทศที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปประมาณ 86 ล้านคน มีระดับคอเลสเตอรอลรวมสูงกว่า 200 มก./ดล. ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ปริ่มเกณฑ์สูงสุด ในจำนวนนี้มีประชากนประมาณ 25 ล้านคนที่มีคอเลสเตอรอลสูงเกิน 240 มก./ดล. และถือว่ามี “เพชฌฆาตเงียบ” อยู่ในตัว เนื่องจากไม่แสดงอาการป่วย แต่เป็นตัวการเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

“การกินอาหารที่เน้นข้าวโอ๊ตเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ อาจเป็นวิธีที่ร่างกายยอมรับได้ดีในการรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและป้องกันโรคเบาหวาน” ดร. ไซมอนกล่าว

เมื่อทีมวิจัยเจาะลึกมากขึ้น พวกเขาพบว่าข้าวโอ๊ตส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลผ่านการเปลี่ยนแปลงในกระเพาะอาหารและลำไส้

“เราสามารถระบุได้ว่า การบริโภคข้าวโอ๊ตช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียบางชนิดในลำไส้” ลินดา คลึมเพิน ผู้นำการวิจัยกล่าว เธออธิบายว่า แบคทีเรียเหล่านี้จะย่อยสลายข้าวโอ๊ตและปล่อยสารบางอย่างที่เป็น “ผลพลอยได้” ออกมา ซึ่งบางส่วนจะเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย เช่น กรดเฟรูลิก (Ferulic acid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและเคยมีผลการศึกษาในสัตว์ทดลองว่า ส่งผลดีต่อกระบวนการเผาผลาญคอเลสเตอรอล

ในขณะเดียวกัน จุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ก็ช่วย “กำจัด” กรดอะมิโนฮิสทิดีน (Histidine) ซึ่งปกติแล้ว หากไม่มีการกำจัด ร่างกายจะเปลี่ยนกรดนี้ให้เป็นโมเลกุลที่คาดว่ามีส่วนส่งเสริมการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเบาหวานประเภทที่ 2

อยางไรก็ตาม ผลการวิจัยชี้ว่า ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อกินข้าวโอ๊ตในปริมาณมากในช่วงเวลาสั้นๆ ควบคู่ไปกับการจำกัดแคลอรี่ ไม่ใช่การกินทีละน้อยติดต่อกันนานๆ โดยพบว่าในกลุ่มที่กินข้าวโอ๊ตเพียง 80 กรัมต่อวันและไม่มีการจำกัดแคลอรี่ มีผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายน้อยมาก

ในทางกลับกันจะพบว่า ผู้ที่กินแต่ข้าวโอ๊ตทั้งวันเป็นเวลา 2 วันติดกัน มีระดับคอเลสเตอรอลที่ต่ำลง และระดับที่ลดลงนี้ยังคงที่อยู่ได้นานถึง 6 สัปดาห์ถัดมา 

ดร. ไซมอนเผยว่า ขั้นตอนต่อไปของการวิจัยคือการพิสูจน์ว่า การกินข้าวโอ๊ตอย่าง “เข้มข้น” ซ้ำทุกๆ 6 สัปดาห์ จะช่วยป้องกันโรคได้อย่างถาวรหรือไม่

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES