เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ภายหลัง กพท. รับทราบเหตุการณ์กรณีที่มีผู้โดยสารเที่ยวบิน FD3116 เส้นทางดอนเมือง-หาดใหญ่ ซึ่งทำการบินเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 ตกค้างบนรถบัสขนผู้โดยสารจากกระบวนการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างอาคารผู้โดยสารและอากาศยาน ได้ให้สายการบินไทยแอร์เอเชียเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านทันที โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบขั้นตอนการประสานงาน และการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ภาคพื้น ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบความครบถ้วนของผู้โดยสารก่อนทำการบิน เพื่อประเมินความสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย และการให้บริการผู้โดยสารตามที่กำหนดไว้

นายศรัณย กล่าวต่อว่า สายการบินได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นพบว่า เป็นประเด็นในกระบวนการประสานงาน และการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารก่อนที่จะออกเดินทาง แต่ได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการกลับมารับผู้โดยสาร และได้มีการขนส่งผู้โดยสารตามแผนเดิมได้ จึงไม่ได้แจ้งให้ กพท. ทราบ ทำให้ทุกฝ่ายทราบเรื่องเมื่อมีประเด็นขึ้นมาในสื่อสังคมออนไลน์ และ กพท. ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้โดยสารในช่วงเที่ยงของวันที่ 29 ม.ค. 2569 

ทั้งนี้ในส่วนของแนวทางการแก้ไข สายการบินไทยแอร์เอเชีย แจ้งว่าจะปรับปรุงกระบวนการนับจำนวนผู้โดยสาร (Head Counting) โดยกำหนดให้ลูกเรือทำการนับจำนวนผู้โดยสารอีกครั้งก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ใช้ Bus Gate (จากเดิมที่พนักงานภาคพื้นเป็นผู้นับจำนวนในทุกเที่ยวบินเป็นหลัก) และแก้ไขระบบการสื่อสารของพนักงานภาคพื้นให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ป้องกันการสื่อสารผิดพลาด นอกจากนี้ กพท. ได้ขอให้สายการบินรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการมายัง กพท. และเน้นย้ำว่าหากเกิดเหตุการณ์ใดที่ส่งผลกระทบ หรืออาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน จะต้องรายงานให้ กพท. ทราบโดยทันที 

นายศรัณย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กพท. ได้ตักเตือนสายการบินให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานภาคพื้น และกระบวนการดูแลผู้โดยสาร พร้อมกำชับให้ทบทวน และปรับปรุงขั้นตอนการทำงานอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต รวมถึงให้สายการบินให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้คำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก

นายศรัณย กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการทำงานภาคพื้นและการสื่อสารที่ต้องมีความรัดกุมในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ กพท. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัย และสิทธิของผู้โดยสาร และได้กำชับให้สายการบินยกระดับมาตรการกำกับดูแลภายในองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกรวมถึงต้องดูแลและสื่อสารกับผู้โดยสารอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง กพท. ยืนยันว่า จะติดตามการดำเนินการของสายการบินอย่างใกล้ชิด และจะกำกับดูแลให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศทุกรายปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ เป็นธรรม และได้มาตรฐาน.