สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (ดับเบิลยูทีทีซี) ระบุว่า ผลการสำรวจนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ซึ่งเดินทางเข้าสู่สหรัฐ พบว่าสัดส่วน 34% น่าจะไม่เดินทางไปยังสหรัฐในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หากนโยบายตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์มีผลบังคับใช้

ดับเบิลยูทีทีซี ประมาณการว่า แนวโน้มข้างต้นอาจทำให้สหรัฐมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง 4.7 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งลดลง 24% จากระดับเฉลี่ย และอาจส่งผลให้ตำแหน่งงานในภาคส่วนการท่องเที่ยวของประเทศ ลดลง 157,000 ตำแหน่งด้วย

อนึ่ง ข้อเสนอของสหรัฐที่ประกาศเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา จะมีผลกับนักท่องเที่ยวจาก 42 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ที่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐ โดยภายใต้กฎระเบียบใหม่ การรวบรวมข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนประวัติการใช้งานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะกลายเป็น “ส่วนบังคับ” ของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า “เอสตา” (ESTA)

ด้านดับเบิลยูทีทีซี ซึ่งประกอบด้วยบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ ระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้สหรัฐดูไม่ค่อยเป็นมิตร และน่าดึงดูดน้อยลง สำหรับการเดินทางเพื่อพักผ่อนและธุรกิจ

“ความมั่นคงที่ชายแดนของสหรัฐเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่วางแผนไว้ จะส่งผลกระทบต่อการสร้างงาน” นางกลอเรีย เกวารา ประธานดับเบิลยูทีทีซี กล่าวในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ ดับเบิลยูทีทีซีเตือนเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้วว่า การปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อาจส่งผลให้สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 392,000 ล้านบาท) ในปี 2568.

เครดิตภาพ : AFP