สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี “อาปาเช” จำนวน 30 ลำ มูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 120,000 ล้านบาท) ให้กับอิสราเอล ซึ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในฉนวนกาซาแล้ว
“สหรัฐมีความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงของอิสราเอล อีกทั้งการช่วยเหลืออิสราเอลในการพัฒนาและรักษาขีดความสามารถการป้องกันตนเองที่แข็งแกร่งและเพียบพร้อม มีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐ ซึ่งการขายอาวุธตามข้อเสนอนี้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เหล่านั้น” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์
The U.S. approved arms sales worth close to $6.7 billion for Israel and $9 billion for Saudi Arabia, deals that come as the Middle East remains on edge with President Trump weighing military strikes on Iran. https://t.co/xLwJ1dRubs
— The Washington Post (@washingtonpost) January 31, 2026
แพ็กเกจดังกล่าวยังรวมถึงการขายยานพาหนะทางยุทธวิธีขนาดเบาแบบร่วม มูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 56,800 ล้านบาท) ด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังอนุมัติการขายขีปนาวุธแพทริออต 730 ลูก มูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 284,000 ล้านบาท) ให้กับซาอุดีอาระเบีย เพื่อป้องกันการโจมตีที่จะเกิดขึ้น
แม้อิสราเอลและกลุ่มฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งยุติสงครามที่ยืดเยื้อนาน 2 ปีเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในพื้นที่อื่นของภูมิภาคกลับสูงขึ้น เนื่องจากสหรัฐส่งกำลังทหารขนาดใหญ่ ไปยังน่านน้ำใกล้กับอิหร่าน
อนึ่ง อิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ต่อโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพหลายแห่งในอิหร่าน โดยในขณะนี้ อิหร่านเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น หลังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเตหะรานครั้งใหญ่ ซึ่งทางการอิหร่านตอบสนองด้วยการสังหารผู้ประท้วงหลายพันราย.
เครดิตภาพ : AFP



