สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี “อาปาเช” จำนวน 30 ลำ มูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 120,000 ล้านบาท) ให้กับอิสราเอล ซึ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในฉนวนกาซาแล้ว

“สหรัฐมีความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงของอิสราเอล อีกทั้งการช่วยเหลืออิสราเอลในการพัฒนาและรักษาขีดความสามารถการป้องกันตนเองที่แข็งแกร่งและเพียบพร้อม มีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐ ซึ่งการขายอาวุธตามข้อเสนอนี้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เหล่านั้น” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์

แพ็กเกจดังกล่าวยังรวมถึงการขายยานพาหนะทางยุทธวิธีขนาดเบาแบบร่วม มูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 56,800 ล้านบาท) ด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังอนุมัติการขายขีปนาวุธแพทริออต 730 ลูก มูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 284,000 ล้านบาท) ให้กับซาอุดีอาระเบีย เพื่อป้องกันการโจมตีที่จะเกิดขึ้น

แม้อิสราเอลและกลุ่มฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งยุติสงครามที่ยืดเยื้อนาน 2 ปีเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในพื้นที่อื่นของภูมิภาคกลับสูงขึ้น เนื่องจากสหรัฐส่งกำลังทหารขนาดใหญ่ ไปยังน่านน้ำใกล้กับอิหร่าน

อนึ่ง อิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ต่อโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพหลายแห่งในอิหร่าน โดยในขณะนี้ อิหร่านเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น หลังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเตหะรานครั้งใหญ่ ซึ่งทางการอิหร่านตอบสนองด้วยการสังหารผู้ประท้วงหลายพันราย.

เครดิตภาพ : AFP